หมอรพ.กาฬสินธุ์ ยังเฝ้าดูอาการสาวเข้าข่ายต้องสงสัยไวรัสอู่ฮั่น

แพทย์ยังเฝ้าดูอาการสาวกาฬสินธุ์เข้าข่ายต้องสงสัยไวรัสโคโรนาหรืออู่ฮั่น เบื้องต้นคาดว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดทั่วไป แต่ยังรอผลการตรวจเลือดยืนยัน ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก เพราะยังไม่สรุปว่าหญิงคนนี้มีเชื้อโรคไวรัสอู่ฮั่นหรือไม่ แนะหลักการป้องกันโรคไวรัส กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยครั้ง และเมื่อต้องเข้าไปในชุมชนที่แออัดก็ควรสวมหน้ากากป้องกัน

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ ของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงเฝ้าติดตามอาการของหญิงสาวชาวจังหวัดกาฬสินธุ์อายุ 20 ปีเศษ ซึ่งเมื่อวานนี้แพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ได้รับเป็นผู้ป่วยพิเศษจากโรงพยาบาลเอกชน เข้าพักรักษาตัว เพราะมีอาการเป็นไข้หวัด เจ็บคอและมีประวัติการเดินทางกลับจากประเทศจีน

โดยการติดตามอาการหญิงสาวกาฬสินธุ์รายนี้ พบว่ามีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดปกติทั่วไป โดยผู้ป่วยสามารถเดินไปมาในห้องปลอดเชื้อ ร่างกายยังแข็งแรง เบื้องต้นไม่เหมือนคนไข้ไวรัสโคโรนา แต่ทีมแพทย์ได้ขอความร่วมมือจากทางญาติในการเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้ารอผลตรวจเลือดที่ชัดเจนอีกครั้ง ในอีก 2 วัน และได้ทำการซักประวัติพบว่าหญิงสาวรายนี้ได้เดินทางไปเที่ยวยังเมืองกวางโจ ประเทศจีนและมีอาการเป็นไข้หวัดแต่ได้รับประทานยาจนเดินทางกลับมาแล้วมีอาการเจ็บป่วย

อย่างไรก็ตามในการเฝ้าระวังครั้งนี้ทีมแพทย์ได้ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนกเพราะยังไม่สรุปว่าหญิงคนนี้มีเชื้อโรคโคโรนาหรือไวรัสอู่ฮั่นหรือไม่ และทาโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ก็ยังคงเปิดบริการผู้ป่วยทั่วตามปกติ แต่หลักการป้องกันโรคไวรัส ก็คือการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยครั้งและเมื่อต้องเข้าไปในชุมชนที่แออัดก็ควรสวมหน้ากากป้องกัน

ทั้งนี้มีรายงานเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อบางสำนัก พบว่า มีการนำภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปนำเสนอโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นภาพเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์แต่งกายมิดชิดก่อนที่จะเข้าดูแลคนไข้ และมีบางภาพที่เห็นหน้าเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน ซึ่งภาพนี้อยู่ในไลน์กลุ่มเจ้าหน้าที่แต่มีการนำภาพนี้ออกเผยแพร่ปรากฏในโซเชียล ทำให้ประชาชนพบเห็นทำให้เกิดความตื่นตระหนก จึงขอความร่วมมือสื่อดังกล่าวที่นำภาพออกไปให้ระมัดระวังด้วย เนื่องจากภาพดังกล่าวจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานของเจ้าหน้าที่หลายคนที่ต้องดูแลใกล้ชิดบุคคลที่เข้าข่ายโรคอู่ฮั่น