ข่าวอาชญากรรม

เตือนภัยโจรย่องขึ้นรถมีดจี้ชิงทองหญิงเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า

หญิงวัย 45 ปีเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ชาวอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ถูกโจรย่องขึ้นรถกระบะหลังกลับจากซื้อกับข้าวที่ตลาดก่อนใช้มีดจี้ชิงทองและทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ขณะกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้ขณะวิ่งหนี ด้านตำรวจสภ.กุฉินารายณ์ เร่งแกะรอยคนร้าย พร้อมฝากเตือนภัยเวลาลงจากรถให้ล็อคประตู ไม่นำทรัพย์สินที่มีค่ามากๆไว้ในรถ เพราะอาจจะเป็นช่องให้มิจฉาชีพก่อเหตุได้

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจฝากบอกเมืองบัวขาว ได้มีโพสต์ภาพและข้อมูลเหตุคนร้ายจี้ชิงทองบริเวณตลาดสายหยุด ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยระบุข้อความว่า”#ฝากไปให้ถึง #ฝากบอกเมืองบัวขาว#ฝากแจ้งเตือนภัย เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 05.50 นาที บริเวณสี่แยกตลาดสายหยุด ฝั่งบ้านสัตวแพทย์(ผสมเทียม) #ได้เกิดเหตุโจรจี้ชิงทอง

โดยทางผู้เสียหายได้ลืมล็อคประตูรถไว้ #แล้วโจรได้ขึ้นไปนั่งรอบนรถบริเวณเบาะหลัง #พอผู้เสียหายขึ้นรถจึงได้ใช้มือล็อคคอและใช้มีดจี้ ได้ทรัพย์สินไปเป็นทองรูปพรรณ สร้อยคอพร้อมจี้ 2 บาท กำไลแขน 1 บาท #แล้วโจรได้จี้บังคับให้ไปส่งที่แถวร้านสุพัฒน์มอเตอร์หน้าตลาดแสงสังข์ทอง ลักษณะเบื้องต้น เป็นผู้ชาย ได้ใส่หมวกคลุมใบหน้าและเสื้อแขนยาว #พี่น้องท่านใดที่พบเห็นผู้ต้องสงสัยในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลยเด้อครับ หรือ ฝากข้อมูลผ่านมาทางเพจกะได้เด้อครับ #มีรางวัลนำจับให้ จำนวน 10,000 บาท ช่วยกันเป็นหูเป็นตาคนล่ะนิด บ้านเมืองเฮาสิได้น่าอยู่ขึ้นพี่น้อง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นเกิดเหตุและได้เข้าพบกับผู้เสียหายคือนางดวงนภา นพเสริฐ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า อยู่บ้านเลขที่ 338 หมู่ 10 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยนางดวงนภา เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณช่วง 05.50 น.ของวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนกลับจากซื้อกับข้าวที่ตลาดสายหยุด เขตเทศบาลเมืองกุฉินารายณ์ เพื่อที่จะนำไปใส่บาตรให้กับลูกชายที่พึ่งบวชได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งตนได้ออกมาซื้อกับข้าวไปใส่บาตรแบบนี้มาประมาณ 6-7วันแล้ว แต่ละครั้งจะขับรถกระบะ 4 ประตู มาจอดริมถนนลงไปซื้อของไม่เกิน 5 นาที บางครั้งที่มาจอดซื้อก็ล็อครถบ้าง ไม่ล็อครถบ้าง สำหรับวันที่เกิดเหตุโดนจี้ชิงทองนั้นตนไม่ได้ล็อครถไว้ คาดว่าคนร้ายน่าจะตามสะกดรอยมาแล้วอาศัยช่วงจังหวะที่ตนเองเดินลงไปซื้อกับข้าวแอบขึ้นมารอตนเองที่รถเพื่อที่จะจี้ชิงทรัพย์

นางดวงนภา กล่าว่า วันเกิดเหตุเดินกลับมาที่รถ แล้วมาเปิดประตูหลังคนขับ แต่ก็เปิดไม่ได้ก็รู้สึกแปลกใจอยู่แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จึงเดินไปเปิดประตูด้านคนขับ เพื่อที่จะขับรถออกไประหว่างนั่น ก็นำกับข้าวที่ซื้อมาหันไปวางไว้เบาะด้านหลัง เป็นจังหวะเดียวกันที่คนร้ายเอามีดมาจี้ที่คอของตนทันที พร้อมกับบอกให้ตนเองห้ามร้องไม้งั้นจะใช้มีดปาดคอ และก็บอกให้ตนเอาเงินออกมาให้จำนวน 20,000 บาท แต่ตนได้ตอบคนร้ายไปว่า ออกมาตลาดไม่ได้พกเงินสดมากขนาดนั้น อย่างมากก็แค่ 400-500 บาท พอคนร้ายได้ยินอย่างนั้นคนก็ถามหาบัตรเอทีเอ็ม หรือของมีค่าเช่น ทอง พร้อมกับขู่ไม่ให้ร้อง แล้วคนร้ายก็เปิดคอเสื้อของตนพร้อมกับดึงแขนเสื้อขึ้น พอคนร้ายเห็นสร้อยทองที่อยู่บนคอของกับกำไรแขน จึงได้บอกให้ปลดออกมาให้พร้อมกับบังคับให้ขับรถยนต์ไปเรื่อยๆ ขู่ตลอดเวลาว่าหากร้องขอความช่วยเหลือจะปาดคอทิ้ง

ทั้งนี้หลังจากที่คนร้ายได้สร้อยทองไปคนร้ายก็ได้ถามตนว่าเป็นสร้อยจริงใช่ไหม ทำไหมไม่เหมือนสร้อยทองทั่วไป ตนจึงบอกว่าเป็นสร้อยจริงแต่เป็นสร้อยทอง 3 กษัตริย์ จากนั้นคนร้ายก็ได้บังคับให้ตนไปส่งในซอยบริเวณข้างๆร้านสุพัฒน์มอเตอร์ สาขาอำเภอกุฉินารายณ์ พร้อมกับใช้มีดจี้ที่คอบอกไม่ให้ร้องเพราะจะลงจากรถแล้ว ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีออกไปทางหน้าร้านสุพัฒน์มอเตอร์ ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายไว้ได้เป็นชายนุ่งกางเกงขายาว สวมเสื้อแขนยาวมีหมวกคลุมหัววิ่งไปทางทิศเหนือบนทางหลวง สายสร้างค้อ -กุฉินารายณ์

นางดวงนภา กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กุฉินารายณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้นมีสร้อยคอทองคำลายมูนคัทสามกษัตริย์หนัก 2 บาท พร้อมจี้ท้าวเวสสุวรรณเลี่ยมทอง 1 องค์ กำไลข้อมือทองคำกลมเรียบ 1 บาท รวมมูลค่าประมาณ 110,000 บาท อย่างไรก็ตามตนอยากฝากถึงร้านทองในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้หากมีใครที่นำทองลักษณะดังกล่าวไปขายหรือจำนำให้แจ้งข้อมูลมาหาตนได้ที่เบอร์โทร 0909964283 เพราะตนเองมีรางวัลนำจับให้ 10, 000รวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้

ด้าน พ.ต.อ.บัณฑิต สิงหประชา ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าว่า หลังได้รับแจ้งความ ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยเฉพาะการแกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นน่าคาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้เร็วๆนี้ และฝากเตือนภัยประชาชนเวลาลงจากรถให้ล็อคประตูทุกครั้ง ไม่นำทรัพย์สินที่มีค่ามากๆไว้ในรถ เพราะอาจจะเป็นช่องให้มิจฉาชีพก่อเหตุในลักษณะขึ้นได้

อัพเดทล่าสุด เมื่อ 04/01/2023 17:58 น. by เสียงภูพานออนไลน์