วิถีชีวิต

นครพนม ส่งเสริมปลูกผักสร้างความมั่นคงทางอาหาร พึ่งพาตนเอง สร้างสุขภาพที่ดี ด้วยพืชผักสวนครัว ตามพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 7 ก.พ. 2567 ที่บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำทีมจัดกิจกรรมปลูกผักเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง สร้างสุขภาพที่ดี ด้วยพืชผักสวนครัว ตามพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห พัฒนาการจังหวัดนครพนม นำเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนมและอำเภอเมืองนครพนม ร่วมดำเนินกิจกรรมปลูกผัก ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ปลูกผักสวนครัว ภายในบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการปรับภูมิทัศน์ ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งมีการทำซุ้มหรือโดมปลูกผักสำหรับพืชผักประเภทไม้เลื้อย เช่น บวบ ถั่ว ฟักทอง มะระ และทำแปลงปลูกพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรมากกว่า 30 ชนิด อาทิ เช่น พริก มะเขือ โหระพา ขิง ข่า ตะไคร้ ผักบุ้ง คะน้า ผักชี ผักกวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย สะระแหน่ ต้นหอม มะละกอ ต้นแคร์ ฯลฯ

การพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการดำเนินการปลูกผักไว้รับประทานเองภายในครัวเรือน เป็นแนวทางให้กับประชาชน และหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดนครพนมนำไปปฏิบัติ อันจะเป็นการส่งเสริมการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ภายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน”

นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมมุ่งเสริมสร้างความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยการนำนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อขับเคลื่อนขยายผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้บริโภคผักปลอดสารพิษและลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยการลดการนำเข้าวัตถุดิบจากนอกพื้นที่ อาทิ ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยมูลสัตว์ ปุ๋ยที่ได้จากเศษอาหารภายในครัวเรือน การปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเอง และเมื่อมีอาหารเพียงพอก็สามารถแบ่งปันในชุมชนได้ ซึ่งการแบ่งปันแบบยั่งยืน คือ การแบ่งพันธุ์ต้นกล้าเมล็ดพันธุ์ขยายผล “ธนาคารเมล็ดพันธุ์ของแผ่นดิน” ให้เกิดความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน สร้างความรักความสามัคคีของคนในครัวเรือน

จังหวัดนครพนม ได้ยึดแนวทางที่ว่า “ผู้นำต้องทำก่อน” จึงได้ใช้พื้นที่ในบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนได้เห็นเป็นตัวอย่างและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันขับเคลื่อนตาม UN SDGs 17 เป้าหมาย ร่วมกับพี่น้องประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้จังหวัดนครพนม ได้ขับเคลื่อนโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ด้วยการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” และขอเน้นย้ำให้ทุกอำเภอได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาพัฒนาทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี บนหลักการพึ่งพาตนเอง ประชาชนทุกคนมีกินมีใช้ เกิดความรักความสามัคคี เกิดความเข้มแข็งของคนในชุมชน ประชาชนทุกคนมีความสุข นำไปสู่การเป็นหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) อย่างมีความสุข สนุกสนาน สร้างความรักสามัคคีให้กับชุมชน