วิถีชีวิต

ร้อยเอ็ด จัดยิ่งใหญ่ “มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวด”

จังหวัดร้อยเอ็ด แถลงข่าวการจัดงาน “มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด” ประจำปี 2567 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นายอำเภอทั้ง 20 อำเภอ ภาคเอกชน ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมพิธีจำนวนมาก ณ บริเวณลานหอโหวด ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด

นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปีนี้จังหวัดร้อยเอ็ดได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม และให้นายอำเภอ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกขน และประชาชนทุกอำเภอ ประดับธงผะเหวดในสถานที่ทำงาน จัดซุ้มดอกสะแบง ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ทั้ง 20 อำเภออำเภอละ 1 ซุ้ม เพื่อเชิญชวน และประชาสัมพันธ์การจัดงาน ส่วนวันแห่ ซึ่งมี 13 กัณฑ์ ในกัณฑ์ที่ 13 นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนครททพระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา พระเจ้ากรุงสัญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรีและเสด็จกลับสู่สีพีนคร กัณฑ์นี้จะให้นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการทุกอำเภอขึ้นบนหลังช้าง 24 เชือกอย่างยิ่งใหญ่ตื่นตาตื่นใจด้วย

นายบรรจง โฆษิตจิระนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด คณะกรรมการจัดงานกล่าวว่า จุดเด่นของการจัดงานมหาทานบารมี คือการร่วม มือร่วมใจกันทำทานอันยิ่งใหญ่ (ทานบารมี)ไม่ว่าจะเป็นการทานน้ำใจ การช่วยเหลือเป็นเงินสิ่งของ หรือทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องของการทำบุญทำทานทั้งสิ้น ถือเป็นสาระสำคัญในงานของเรา ที่สำคัญงานนี้ชาวร้อยเอ็ดพร้อมใจกันถวายเงินในกัณฑ์เทศน์ กัณฑ์จอบกัณฑ์หลอน ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงานเลยทีเดียวก็ว่าได้ (วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2567)ที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันแห่ต้นกัณฑ์จอบ กัณฑ์หลอนอย่างสนุกสนานตลอดทั้งวัน ซึ่งเราทำแบบนี้มาทุกปี จากเงินของพี่น้องประชาชนทุกบาท เราก็เอามาเข้ากองทุนไว้ใช้จัดงาน เริ่มตั้งแต่ ปีพ.ศ.2534 เป็นต้นมา พอมาถึงยุคนี้เราได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างเต็มที่ ที่จะส่งเสริมให้ การจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เป็นความภาคภูมิใจที่มีมายาวนาน จึงอยากบอกบุญให้ทุกท่านทราบว่า มาเอาบุญใหญ่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด มาเที่ยวร้อยเอ็ด อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบุญ

พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่าเรื่องการอำนวยความสะดวกความปลอดภัย ตำรวจเรามีความพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานอย่างเต็มที่ พร้อมกับการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องให้กลับบ้าน มาร่วมงานอันยิ่งใหญ่อย่างปลอดภัย

นายเสกสรร ศรีไพรวรรรณ ผอ. ททท.สำนักงานขอนแก่น บอกว่า จังหวัดร้อยเอ็ด ถือว่าเป็นหมุดหมายปลายทางเรื่องงานเทศกาล เป็นงานเทศกาลที่เป็น Festival ที่อยู่ในแนวนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ในการผลักดันนโยบายเรื่อง Soft Power ในมุมของรัฐบาลไม่ต้องการให้การจัดงานจัดครั้งเดียวจบ คำว่าเทศกาล ก็คือให้มีการจัดต่อเนื่อง ในอนาคตก็ยังมีการร่วมไม้ร่วมมือกันจัดกิจกรรม การจัดขบวนแห่ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่หลายๆจังหวัด หลายๆเมืองจะทำได้ รวมทั้งการเตรียมจัดทำข้อมูลเพื่อรับรองการเป็นเทศกาลไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง หลายท่านคงทราบอย่าง UNESCO เขาประกาศให้เทศกาลสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ บุญผะเหวด ก็เช่นกันหลายๆประเทศหลายๆเมืองที่เขามีเทศกาลในลักษณะเป็นขบวนแห่ หรือเทศกาลที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า50 ปี หรือ100 ปี ถือว่าเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยว และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จ้บต้องไม่ได้ อันนี้จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า “บุญผะเหวด ” เดินมาถูกที่ถูกทางแล้ว แต่ละปีต้องมีการปรับเปลี่ยน ปรับรูปแบบที่พัฒนาขึ้น แต่สิ่งที่ยังจะคงไว้อยู่ก็คือ กิจกรรมที่เป็นงานประเพณี เช่น การกินข้าวปุ้น เลี้ยงข้าวปุ้นฟรี (เลี้ยงขนมจีน) การฟังเทศน์มหาชาติ และเรื่องของการทานคือเรื่องทานบารมี ก็ยังคงมีอยู่เป็นต้น

สำหรับงาน “มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด” ครั้งที่ 34 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 มีนาคม 2567 ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทน์ร้อยเอ็ด วันที่ 15 มีนาคม พิธีแห่พระอุปคุตพระราชทานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สืบชะตา เสริมบารมี กิจกรรม “โดรนแปรอักษร” กว่า 500 ลำ การแสดงหมอลำพื้นถิ่น “ศิลปินภูไท” วันที่ 16 มีนาคม พิธีเปิดงาน โดยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมต.กระทรวงวัฒนธรรม พิธีมอบสตสดกมหาทาน 101 ชุด ชมขบวนแห่ “ตามตำนานพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ 16 ขบวน และขบวนฟ้อนรำ 2,101 คน กิจกรรม “อิ่มบุญทานข้าวปุ่นในสวน” บริการข้าวปุ้นฟรี การสาธิตการทำข้าวปุ้น การแสดงแสง สี เสียง เล่าขานตำนานบุญผะเหวด การจัดพาแลงแก่นักท่องเที่ยว พาแลงมหาทานประชาชนรับประทานฟรี วันที่ 17 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 08.30 น.ฟังเทศน์มหาชาติ แห่ต้นกัณฑ์จอบกัณฑ์หลอนอย่างสนุกสนานจากทุกภาคส่วนตลอดทั้งวัน อย่าลืมวันที่ 15 -16 -17 มีนาคมนี้ มากินข้าวปุ้น เอาบุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ ที่ร้อยเอ็ดนำกันเด้อ”