ข่าวการเมือง

ศรีสะเกษ รมว.ยุติธรรมประกาศผู้ค้ายาเสพติดคือผู้ร้าย เผยการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นเรื่องที่ดีที่สุดคือเรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ แต่ว่าการป้องกันที่ดีที่สุดไม่มีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่สมบูรณ์

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ร.ร.เขื่อนช้างวิทยาคาร ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และคณะ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 2 นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 นายอมรเทพ สมหมาย ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 ดร.วิลดา อินฉัตร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 7 ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมและให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันนี้มีการระบุว่า ผู้เสพคือผู้ป่วย ตนอยากจะเพิ่มว่าผู้ค้าคือผู้ร้าย ในส่วนของส่วนแบ่งของเม็ดยามีการประชุมกัน แต่ยังไม่มีข้อยุติเพราะว่าการประชุมจะต้องมีหมอทุกภาคส่วน ซึ่งผู้ออกประกาศนี้ก็คือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเกณฑ์เม็ดยาต้องเป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าวันนี้ก็มาฟังว่าตอนนี้มีกรอบคร่าวๆที่คุยกันเรื่องวิชาการกับการศึกษา มันอยู่ที่ประมาณ 10 เม็ด แต่ว่ามาฟังที่นี่ก็อยากให้น้อยกว่า 10 เม็ด ซึ่งอันนี้ถ้านักค้ายาเขารู้ว่า 10 เม็ด เขาก็จะเอามาซัก 9 เม็ด แต่ว่าเรามีเงื่อนไขอื่นเยอะไม่ต้องกังวล เพราะว่าเราก็ต้องดูเนื่องจากว่าเป็นประกาศของรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีก็อาจจะประกาศเหลือ1 เม็ดก็ได้ ถ้าจะทำเพื่อจูงใจให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก่อน ถ้าไม่เลิกก็เอาให้เหลือเพียง 1 เม็ดก็ได้ ซึ่งก็เป็นวิธีคิดแต่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องประชุมกันกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้คุณหมอชลน่านก็กำลังตั้งคณะกรรมการดูเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไงก็จะขอให้เสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้เพราะไม่เช่นนั้นผู้ปฏิบัติจะทำงานลำบาก

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อไปว่า การป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นเรื่องที่ดีที่สุด คือเรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ แต่ว่าการป้องกันที่ดีที่สุดก็คงไม่มีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่สมบูรณ์ เราจะต้องทำทุกฝ่าย ผู้ผลิตเขารู้ว่าดีมานด์เยอะ ยาเสพติดหรือผู้ขายเราต้องแก้ที่ซัพพาย ซึ่งขณะนี้ซัพพายมาจากต่างประเทศหมด ข้อมูลเรายังไม่พบโรงงานผลิตยาบ้าในประเทศไทย ข้อมูลทางการตรวจพิสูจน์ยาบ้ามาจากต่างประเทศหมด จากนั้นเรื่องซัพพลายมันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เป็นวาระแห่งชาติ แต่ว่ามันเป็นวาระแห่งภูมิภาคเป็นวาระของนานาชาติ จะต้องมาร่วมกันจัดการ ในวิธีการนี้กำลังจะพิจารณาว่า การปราบยาเสพติดเราอาจจะมีประกาศบางพื้นที่อาจจะเป็นพื้นที่ที่สกัดกั้น ที่สามารถพิจารณาด้านโครงสร้างเรื่องคน อีกอันหนึ่งก็คือ ถึงเราจะสกัดยังไงถ้าคนในประเทศโหยหายามาก อาจจะทำให้ราคายาจาก 3 เม็ด 100 บาท ราคายาอาจจะเพิ่มเป็นเม็ดละ 300 บาท 200 บาทเหมือนในอดีต เราก็ต้องมาแก้เรื่องผู้เสพคือดีมานด์ ตอนนี้เราก็มีหลักว่า ผู้เสพเป็นผู้ป่วยจะต้องเชิญชวนผู้ที่ใช้ยาให้เขามาหาหมอแล้วรักษา เท่านั้นยังไม่พอ เราต้องทำเหมือนกับเป็นการตั้งรับสิ่งที่จะต้องทำนั้น ต้องทำให้เขาได้ใช้สภาพความเป็นมนุษย์ เช่นเขามีอาชีพ มีงานทำ มีโอกาส ในชีวิตที่ดี เราก็ต้องพัฒนาประเทศพัฒนาเขาด้วย อาจจะมองมากกว่าให้ผู้ติดยาไปเป็นแค่ลูกจ้าง ต้องทำให้ผู้ก้าวพลาดมาเป็นนักธุรกิจได้ ทฤษฎีตราหน้าก็ไม่ควรจะมีเพราะก้าวพลาดกันได้ ดังนั้น การแก้ปัญหายาเสพติดจะต้องแก้ทุกรูปแบบ รวมทั้งการจัดการนักค้ารายสำคัญ ซึ่งนักค้ารายสำคัญเวลาเราไปจับ จะไม่เจอยาอยู่กับตัว แต่สิ่งที่เราได้คือเงินและทรัพย์สิน รวมทั้งเขาอาจจะมีพวกผู้มีอิทธิพลหรือข้าราชการคนบางคนไปช่วยเหลือสนับสนุน เราก็ต้องแก้ปัญหาว่าบุคคลที่เข้าไปสนับสนุนการค้ายาเสพติดรัฐต้องจริงจังและต้องจัดการอย่างเด็ดขาด