ข่าวสังคม

อุดรธานี พ่อหนุ่มแรงงานชาว อ.กุดจับ ร่ำไห้ลูกชายถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน 17 วัน หวังมีชื่อลูกถูกปล่อย 1 ใน 50 ราย

จากกรณีนายอนุชา อ่างแก้ว หรืออาร์ต อายุ 28 ปี ชาว ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หนึ่งในแรงงานไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน โดยทางการประเทศอิสราเอล ยืนยัน 11 ราย จากตัวประกันที่ถูกจับไปทั้งหมด 222 ราย ถูกปล่อยออกมาแล้ว 4 ราย และมีข่าวมาว่ากลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกันเพิ่มอีก 50 ราย ซึ่งจากข่าวการปล่อยตัวประกันเพิ่มในครั้งนี้ ส่งผลให้นายพรชัย อ่างแก้ว อายุ 52 ปี และนางวาสนา โยจำปา อายุ 45 ปี พ่อและแม่ของนายอาร์ต รวมทั้งญาติพี่น้องเริ่มมีความหวัง จะได้พบหน้านายอาร์ต แบบยังมีชีวิตกลับมาบ้านเกิด ซึ่งเหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา กระทั่งวันนี้ผ่านไป 17 วันแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แวว ทำให้หัวอกคนเป็นพ่อแม่ทุกข์ทรมานจิตใจอย่างมาก จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตั้งแต่ทราบข่าวมา

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ตุลาคม 2566 ที่บ้านเลขที่ 61 บ้านดอนพิลา ม.9 ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานีซึ่งเป็นบ้านของนายอนุชา อ่างแก้ว ผู้สื่อข่าวได้ พบนายพรชัย อ่างแก้ว อายุ 52ปี นางวาสนา โยจำปา อายุ 45 ปี และนางใบ อ่างแก้ว อายุ 76 ปี พ่อแม่และย่านายอาร์ต พร้อมด้วยญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน พากันมารวมตัวให้กำลังใจด้วยความห่วงใยทุกวัน และมีความหวังได้รับข่าวดี ตลอดระยะเวลา 17 วัน หลังทราบข่าวว่า นายอนุชา ถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันสงครามระหว่างประเทศอิสราเอล-กลุ่มติดอาวุธฮามาส โดยรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งดำเนินการประสานความช่วยเหลือตัวประกันแรงงานไทยที่ถูกจับ และแรงงานทุกคนที่อยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงในการสู้รบ ให้ลงชื่ออพยพกลับมาตุภูมิอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงสงครามจะบานปลาย และเป็นอันตรายถึงชีวิต ของนักรบมือเปล่าแรงงานชาวไทยทุกคน

นายพรชัยฯ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตลอดระยะเวลา 17 วัน ที่ทราบข่าวว่าลูกชายถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันในฉนวนกาซ่า ทำให้ตนและภรรยากินไม่ค่อยได้ นอนก็ไม่ค่อยหลับ เพราะหลับตาลงคราใดก็เห็นแต่หน้าลูกชายลอยมาตลอด ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำงานเลย เพราะไม่มีกำลังใจ แม้แต่ข่าวการสู้รับ และความคืบหน้าสถานการณ์สงครามจากสื่อต่างๆ ที่นำเสนอ ตนก็ไม่อยากเห็นและรับฟัง เพราะมันทรมานจิตใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่อย่างมาก แต่ตนก็อยากรับฟังข่าวดีจากหน่วยงานในพื้นที่ว่า ลูกชายยังปลอดภัยดี และถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว และกำลังจะเดินทางกลับบ้าน นี่คือความหวังสูงสุดของตนและคนในครอบครัว และญาติพี่น้องทุกคน หวังว่าการปล่อยตัวประกันเพิ่มในครั้งนี้ จำนวน 50 คน คงจะมีชื่อลูกชายตนรวมอยู่ด้วย

“ขอวิงวอนกลุ่มฮามาสที่จับลูกชายไปเป็นตัวประกัน รวมกับตัวประกันคนอื่นๆ (ยกมือพนมน้ำตาไหล) ขอความกรุณาให้พวกท่านปล่อยตัวลูกชายของตนกลับบ้านด้วย เพราะคนไทยและลูกชายตนไปทำงานเกษตร ไม่ได้ไปสู้รบทำสงครามกับพวกท่าน และไม่มีอาวุธจะไปสู้รบปรบมือกับพวกท่านเลย ขอให้ทั้งสองฝ่ายเจรายุติสงครามกันอย่างสันติวิธี และขอขอบคุณรัฐบาลไทยและอิสราเอล นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชน ที่ช่วยติดตามเรื่องของลูกชายตนมาตลอด”

นายพรชัยฯ กล่าวต่อไปว่า หากลูกชายถูกปล่อยตัวกลับมา ตนจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ รับขวัญลูกชาย และตระเวนแก้บนตามสถานที่ต่างๆที่บนบานเอาไว้ จากนั้นตนและลูกชายทั้งหมด รวม 4 คน จะบวชแก้บนเป็นเวลา 7 วัน แบบเรียบง่ายตามกำลังครอบครัวของตน เพราะถือว่าเคราะห์หนักและใหญ่ในครอบครัว กว่าที่ผ่านมา ก็ว่าได้”