ข่าวสังคม

บุรีรัมย์ รองนายก อบต.บ้านคูพร้อมเลขาฯยายก บุกร้องจังหวัดอุทธรณ์คำสั่งหลังถูกนายกฯ ปลดฟ้าผ่าเชื่อผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง

รองนายก อบต.บ้านคู จ.บุรีรัมย์พร้อมเลขานายก และตัวแทนชาวบ้าน ถือป้ายบุกร้องจังหวัดพิจารณาอุทธรณ์คำสั่ง หลังถูกนายกฯ สั่งปลดฟ้าผ่าแบบไม่เป็นธรรม ทั้งที่ไม่มีความผิดหรือบกพร่องต่อหน้าที่ แต่กลับอ้างขาดประสิทธิภาพ เชื่อมีกลุ่มบุคคลหรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังสั่งให้กระทำ

วันที่ 9 ม.ค. 2567 นายอนงค์ เรืองไธสง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ พร้อม ร.ต.อ.สุวิทย์ บรรหาร เลขานุการนายก อบต.บ้านคู และตัวแทนชาวบ้าน ได้ถือป้ายบุกร้องจังหวัดเพื่อขอความเป็นธรรมโดยให้พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางการปกครอง หลังจากนายก อบต.บ้านคู ได้มีคำสั่งถอดถอนทั้งรองนายก และเลขาฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 ที่ผ่านมา แบบฟ้าผ่าโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และเป็นคำสั่งที่ไม่มีความเป็นธรรม เพราะไม่มีความผิดหรือบกพร่องต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่ในคำสั่งถอดถอนกลับกล่าวหาว่าทั้งสองปฏิบัติงานโดยขาดประสิทธิภาพไม่เป็นที่น่าพอใจ ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือนโยบายที่ให้ไว้ ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการบริหารงานเพื่อตอบสนองประโยชน์และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จนทำให้หมดความไว้วางใจ ทั้งที่ไม่เป็นธรรมความจริง

รองนายก อบต.บ้านคู และเลขานุการนายก อบต. ที่มายื่นหนังสือร้องให้อุทธรณ์คำสั่ง บอกว่า ที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับนายกฯ ด้วยดีมาตลอดไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่หรือมีปัญหาอะไรกันเลย ก็ยังแปลกใจว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้มีคำสั่งถอดถอนออกจากตำแหน่งแบบฟ้าผ่าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า โดยวันที่ 2 ม.ค.67 ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงก็ยังเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่ อบต.ตามปกติ และยังเจอนายกฯ ก็ยังพูดคุยทักทายกันเป็นปกตอยู่เลย แต่ตอนบ่ายกลับให้นิติกรเอาหนังสือคำสั่งถอดถอนมาส่งให้ต่างก็งง ก็พยายามโทรศัพท์ไปหานายกฯ เพื่อจะสอบถามว่าสาเหตุอะไรที่สั่งปลด แต่นายกฯ ก็ไม่รับสาย จากกรณีดังกล่าวจึงได้มายื่นหนังสือร้องเพื่อขอความเป็นธรรม และให้พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งถอดถอนดังกล่าว แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีความผิดหรือบกพร่องต่อหน้าที่ ก็เข้าใจว่าตามระเบียบกฎหมายนายกฯ สามารถถอดถอนได้ แต่มองว่าการกระทำแบบนี้เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ และเชื่อว่าน่าจะมีกลุ่มบุคคลหรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังสั่งให้กระทำ ซึ่งหากการยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะเดินหน้าร้องศาลปกครองต่อไป

ขณะที่ทางจังหวัดได้มอบหมายให้ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม และผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด มารับหนังสือร้องเรียน เพื่อส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชา ได้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอน และระเบียบกฎหมาย โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย