ข่าวสังคม

ศรีสะเกษ ชาวบ้านแห่แจ้งจับ รอง นายก อบต. แสบหลอกเอาบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีม้า เพื่อรับโอนเงินค่าจ้างจากหน่วยงานแห่งหนึ่ง เรื่องแดง เนื่องจากได้รับหนังสือแจ้งจาก ป.ป.ช.จ.สุรินทร์ ให้ไปพบพนักงานสอบสวน ยืนยันดำเนินคดีจนถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายบุญเหลือ จันทจิตร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.3 ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสนองชัย ถาพันธ์ นายทองยุ่น มโนธรรม นายมนตรี ทองเอิบ นายสุรัตน์ บุพเต และนายทองปอน จันทจิตต์ รวม 6 คน โดยมี นายสรายุทธ สรรพากร ทนายความชื่อดังจาก กรุงเทพฯ เป็นที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ภาณุวัตร บรรเทา รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับ นาย ก.(นามสมมุติ) รอง นายก อบต.แห่งหนึ่ง ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งความเอาไว้แล้ว จากนั้น ได้แจ้งให้ผู้เสียหายทุกคนไปพบกับพนักงานสอบสวนของ ป.ป.ช.ที่สำนักงาน ป.ป.ช.จ.ศรีสะเกษ ตามที่ทาง ป.ป.ช.จ.สุรินทร์ ได้แจ้งนัดหมายมาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายทองยุ่น มโนธรรม อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 3 ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2560 ตนกับพวก ได้รู้จักนาย ก.(นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง นายก อบต.แห่งหนึ่ง แจ้งว่ามีผู้ใดประสงค์ทำงานร่วมกับตนหรือไม่ ทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง โดยให้นำข้อมูลส่วนตัวอาทิเช่น บัตรประจำตัวประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม เป็นต้น หากบุคคลใดไม่มีก็จะพาไปดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารให้ เมื่อได้รับมาสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเอทีเอ็มมาแล้ว นาย ก.ก็จะนำสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเอทีเอ็มไป โดยตนกับพวกจะไม่ได้เก็บสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเอทีเอ็มไว้แต่อย่างใด และเมื่อประมาณปี 2560 ตนกับพวกทราบว่า นาย ก.ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเอทีเอ็มไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ในลักษณะรับโอนแล้วกดเงินออกไปใช้โดยผู้แจ้งกับพวกไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใด ตนกับพวกจึงได้ทำเรื่องไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ และปปช.จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้

นายบุญเหลือ จันทจิตร อายุ 60 ปี กล่าวว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2567 ตนกับพวกได้รับหนังสือจากสำนักงาน ป.ป.ช.จ.สุรินทร์ แจ้งว่า ผู้แจ้งกับพวกเป็นลูกจ้างชั่วคราว ของ หน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ที่ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ เพื่อให้เข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 15 ม.ค. 2567 เวลาประมาณ 11.00 น. กรณีนำสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเอทีเอ็มใช้ในการรับโอนเงิน ตนกับพวก จึงได้มาเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นาย ก.ให้รับโทษตามกฎหมายต่อไป โดยตนยืนยันจะดำเนินคดีกับนาย ก.ตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ต่อมา นายบุญเหลือ จันทจิตร กับพวก ได้เดินทางไปที่สำนักงาน ป.ป.ช.จ.ศรีสะเกษ ซึ่งพบว่า มีชาวบ้านในเขต อ.เมืองศรีสะเกษ มานั่งรอเพื่อพบกับพนักงานสอบสวนของ ป.ป.ช. เพื่อทำการสอบปากคำตามนัดหมาย ซึ่ง นายสรายุทธ สรรพากร ทนายความชื่อดัง ได้คอยให้คำปรึกษาด้านกฎหมายช่วยเหลือชาวบ้านอย่างใกล้ชิด

นายสรายุทธ สรรพากร ทนายความชื่อดังจาก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนได้แจ้งชาวบ้านทุกคนได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ และพนักงานสอบสวนของ ป.ป.ช.ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่า ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ชาวบ้านถูกหลอกเอาบัตรประชาชนไปเพื่อใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตนเชื่อว่า การกระทำนี้จะต้องทำเป็นขบวนการ จึงทำให้สามารถเอาบัตรประชาชนของชาวบ้านไปเปิดบัญชีธนาคารและนำเอาหลักฐานส่วนตัวของชาวบ้านไปทำสัญญาจ้างทำงานกับหน่วยงานราชการได้ ตนจะได้ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องนี้อย่างเต็มที่