ข่าวสังคม

นครพนม เปิดโครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” ในถิ่นทุรกันดาร

จังหวัดนครพนม เปิดโครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” เพื่อให้ผู้สูงวัยที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปในถิ่นทุรกันดารและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสายตาและสุขภาพประกอบอาชีพดูแลตนเองและบุตรหลาน เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันที่ 19 มิ.ย. 2567 เวลา 08.30 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอศรีสงคราม นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” เพื่อให้ผู้สูงวัยที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปในถิ่นทุรกันดารและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสายตาและสุขภาพประกอบอาชีพดูแลตนเองและบุตรหลาน เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีนางสงวน จันทร์พร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม นางละอองดาว สีจันทร์แจ้ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสวัสดิการสังคม นายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ กรรมการบริษัท แว่นท็อปเจริญ จำกัด กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม นายอำเภอศรีสงคราม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้สูงอายุ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี
สำหรับความเป็นมาของโครงการ”แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีกระแสรับสั่งกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ทรงเล็งเห็นว่า หากผู้สูงวัยต้องเลี้ยงดูเด็กกำพร้าหรือต้องเลี้ยงหลาน แต่ตามองเห็น ได้ไม่ชัดเจน จะเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว มูลนิธิฯ จึงได้น้อมนำพระราชกระแสรับสั่งหารือกับห้างแว่นท็อปเจริญ ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการดำเนินงานให้บริการตรวจสายตาและประกอบแว่นแก่ผู้ยากไร้อยู่ในถิ่นทุรกันดาร จัดทำโครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” พร้อมขอพระราชทาน พระราชานุญาต ให้มูลนิธิฯ ร่วมดำเนินการกับห้างแว่นท็อปเจริญ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือในการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้กับผู้สูงวัยที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อให้ผู้สูงวัยที่ยากไร้ด้อยโอกาสและอยู่ในถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชานุญาตให้ดำเนินการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 – 31 ธันวาคม 2572 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการ 20 ปี โดยมีการออกให้บริการตรวจวัดสายตาแก่ผู้สูงอายุเดือนละครั้ง ๆ ละ 400 คน และจะตัดแว่นตาฟรีให้กับผู้สูงอายุทุกคนตามค่าสายตาที่เป็นจริง ทำให้ประชาชนที่ได้รับแว่นตาต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้