ข่าวด่วน ข่าวอาชญากรรม

ตำรวจห้วยเม็กจับยกแก๊ง ทาสยาบ้าแต่งจยย.ซิ่งขายออนไลน์

ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ บุกจับยกแก๊งทาสยาบ้าท […]

รวบโจรแสบตะเวนลักทรัพย์งัดเบาะรถจยย. คนรักสุขภาพสนามกีฬากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

คดีไม่คืบ สองพ่อลูกแจ้งจับลุงควงขวานบุกบ้านจามไม่ยั้งเจ็บสาหัสเชื่อเหตุชิงมรดก

ตร.ไซเบอร์รวบ แก๊งคนร้ายก่อเหตุแฮกไลน์และเฟสบุ๊คข้าราชการระดับสูงมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท

ตำรวจขอนแก่นรวบผู้ต้องหาตระเวนลักทรัพย์ 2 ราย หลังก่อเหตุลักทรัพย์กระเป๋าแบรนด์เนมมูลค่ากว่า 6 แสน

ข่าวการเมือง ข่าวอัพเดทรายวัน

“อนุทิน” ขอคนลพบุรี เลือกตั้งครั้งหน้า ภูมิใจไทยยกจังหวัด ถ้าประชาชน สนับสนุน พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เอง  ส.ส. พปชร. เตรียมย้ายมาซบ อีก 1

เมื่อ 7 สิงหาคม 2565 ที่ลานตากพืช สำนักงานขนส่ง อำเภอ โ […]

“หมู วิรัช” ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดทัวร์เที่ยวไทยคึกคักสร้างขวัญกำลังใจผู้นำชุมชนช่วยสู้ภัยโควิด

กกต. กาฬสินธุ์ติวเข้มเจ้าหน้าที่รวมผลคะแนนการเลือกตั้งนายก อบจ.

ข่าวการเมือง

กกต.กาฬสินธุ์ ติวเข้มวิทยากรระดับจังหวัดเตรียมพร้อมเลือกตั้งนายกอบจ.

อบจ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับ กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดอบรมให้คว […]

เตือนภัยยาเสพติด เร่งปลูกฝังเยาวชนในหมู่บ้านชุมชนตำบลลำคลอง

กกต.อบจ.กาฬสินธุ์นำผู้สมัครจับมือเลือกตั้งสมานฉันท์

ทางรอดชาวบ้าน ผ่าทางตันข้าวเปลือกราคาตกต่ำผุดโรงงานผลิตข้าวคั่วพริกป่นไทบ้าน

พบชาวบ้านในตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สร้างโรงงานผลิตข้าวคั่ว-พริกป่นแห่งแรกในภาคอีสาน ที่ผ่าน อย. พร้อมกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ผ่าทางตันข้าวเปลือกราคาตกต่ำ พร้อมเชิญชวนเพื่อนบ้านปลูกพริกตามคันนาป้อนโรงงาน ส่งขายทั่วภาคอีสาน และ สปป.ลาว-เวียดนาม https://www.youtube.com/watch?v=4ca19o4tQlU เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2565 ที่โรงงานพริกป่น-ข้าวคั่วไทบ้าน เลขที่ 98 หมู่ 9 บ้านหนองกุง ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดป้ายโรงงานพริกป่น-ข้าวคั่วไทบ้าน ของนายพรชัย พะโนราช โดยมีบุคคลในวงการวิสาหกิจชุมชน ตัวแทนกลุ่มผลิตสินค้าแปรรูป ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ร่วมงานและร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การจัดตั้งโรงงานผลิตพริกป่น-ข้าวคั่วของนายพรชัย พะโนราช ดังกล่าว ซึ่งเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน ที่ผ่าน อย. พร้อมกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่ถูกเวลา สามารถที่จะจับเป็นธุรกิจที่ก้าวหน้าและไปต่อได้อย่างมั่นคงยาวนาน เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะข้าวเปลือกที่นำมาทำข้าวคั่ว และพริกที่นำมาผลิตพริกป่น เจ้าของโรงงานและชาวบ้านในชุมชนเพาะปลูกเองได้ อย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจ ให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกและพริกจากชาวบ้าน ที่จะทำให้เกิดการสร้างงานและเกิดรายได้ ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองต่อไป ด้านนายพรชัย พะโนราช เจ้าของโรงงานพริกป่น ข้าวคั่วไทบ้าน กล่าวว่า แรกเริ่มเดิมทีก็มีแนวคิดมาจากราคาข้าวที่ตกต่ำ แต่พอตนไปซื้อข้าวคั่ว เพื่อมาทำอาหารทำไมมันแพง จึงเกิดแนวคิดว่าถ้ามาทำขายก็น่าจะสามารถทำได้ อีกทั้งการสร้างโรงงานก็น่าจะสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้กับชุมชนในการปลูกพริกแล้วนำมาขายให้กับโรงงานของตน ทั้งนี้ จากการผลิตจำหน่ายมีออร์เดอร์จาก จ.อุบลราชธานี จ.มุกดาหาร จ.อำนาจเจริญ และอนาคตจะมีการเพิ่มกำลังผลิตจำหน่ายทั่วภาคอีสาน และทั่วประเทศ รวมทั้ง สปป.ลาวและเวียดนามอีกด้วย “ทั้งนี้ ทางโรงงานมีกำลังผลิตอยู่ที่ประมาณวันละ 300 ก.ก./วัน หรือ 5,500 ขวด อนาคตจะมีการเพิ่มกำลังผลิตให้มากขึ้นอย่างแน่นอน นั่นหมายความว่าชาวบ้านก็สามารถขายพริกได้มากขึ้น สร้างรายได้มากขึ้นไปด้วย โดยมั่นใจว่าตัดสินใจถูกทาง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ตัวนี้ คือพริกป่นกับข้าวคั่ว ถือเป็นอาหารหลักของชาวอีสานทุกครัวเรือน รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะนิยมนำข้าวคั่วและพริกป่น ซึ่งมีกลิ่นหอม เป็นเครื่องปรุงแพ็คคู่ อาหารประเภทลาบ

จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นรูปแบบทางเลี่ยงเมืองสายใหม่

สำนักสำรวจและออกแบบกรมทางหลวง จัดเวทีชี้แจงและพิจารณารูปแบบทางเลือก พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ (ด้านเหนือ) เพื่อรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว พร้อมรองรับปัญหาการจราจร และการขนส่งสินค้าในอนาคต https://www.youtube.com/watch?v=5ad8ti94xL0 วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายประครอง สุไผ่โพธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เพื่อชี้แจงและพิจารณารูปแบบทางเลือก พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ของโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ (ด้านเหนือ) โดยมีนางดวงตา พายุพล  ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ นายสุดใจ บัวลอย นายกเทศมนตรีตำบลโพนทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง ผู้แทนกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเขต ต.โพนทอง ต.ไผ่ ต.หนองกุง ต.ลำพาน ต.หลุบ และ ต.บึงวิชัย ร่วมประชุม นางดวงตา พายุพล  ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ด้วยพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ มีอัตราการขยายตัวด้านเศรษฐกิจสูงขึ้น เนื่องจากมีการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มมากขึ้นทุกปี ส่งผลให้มีความต้องการเดินทางในโครงข่ายทางหลวงและถนนในเขตเมืองกาฬสินธุ์สูงมากยิ่งขึ้น  กรมทางหลวงจึงต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายถนน เพื่อรองรับปัญหาการจราจรและขนส่งสินค้าในอนาคต อีกทั้งเป็นทางเลือกสำหรับผู้เดินทางระยะไกล ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านเขตตัวเมืองกาฬสินธุ์  โดยใช้ทางเลี่ยงเมืองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น นางดวงตา กล่าวอีกว่า ในการนี้กรมทางหลวงได้ทำการจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วยบริษัท เอ็ม.วี.เอส.คอนซัลแท้นส์ จำกัด และบริษัท ธรรมชาติ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานการบริการด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบ ศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร  ทางเลี่ยงเมืองกาฬสินธุ์ (ด้านเหนือ) เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความสมบูรณ์ทางด้านวิศวกรรม สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม           “สำหรับการการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 จัดระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม

เกษตรต้นแบบคิด สูตรสำเร็จเครียดเบื่อขุดไร่นาสวนผสมเอาชนะความแห้งแล้ง

พบเกษตรกรต้นแบบ พลิกผืนดินที่ทำกินจากนาข้าวตายแล้งซ้ำซาก  สู่การแก้ปัญหาครบวงจรด้วยไร่นาสวนผสม มีรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้หมุนเวียนตลอดปี เผยสูตรสำเร็จ เครียด เบื่อ ขุด เอาชนะความแห้งแล้งซ้ำซาก https://www.youtube.com/watch?v=q84CACdL594 วันที่ 26 มิ.ย. 2565  นายพงษ์ศักดิ์  ชินคีรี  เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นางอรนุช  เกษสัญชัย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  นายพนมกร  เวชกามา  นักวิชาการเกษตร นางสาววิรัตน์  จิตรจักร  เกษตรอำเภอกุฉินารายณ์  นำคณะสื่อมวลชนลงแปลงไร่นาสวนผสมของนายลำไพ  ขจรโมทย์  เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพไร่นาสวนผสม  ประจำปี 2565 เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกษตรกรต้นแบบที่พึ่งพาตนเองมีรายได้ตลอดทั้งปี ด้วยการใช้ทักษะและภูมิปัญญาท้องถิ่น  โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแล้งซ้ำซาก นางอรนุช เกษสัญชัย  กล่าวว่า  ในโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร  ของสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ และเกษตรอำเภอใน 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์  โดยเฉพาะเกษตรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านพืชสวน พืชไร่ และสูตรการปลูกพืชให้เกิดรายได้ตลอดปี  ซึ่งเกษตรกรพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจด้านการเกษตร  รวมถึงการเปิดกว้างในการเป็นศูนย์เรียนรู้ในอนาคต  สำหรับเกษตรกรรายนายลำไพ  ขจรโมทย์  นับว่าเป็นต้นแบบของเกษตรกรที่ไม่ยอมแพ้ต่อภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาแล้งซ้ำซากที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี  จากเดิมที่ปลูกข้าวได้ปีละครั้งเพราะเป็นที่นาโคก  ก็สามารถปรับเปลี่ยนปีนาปรังได้  ปลูกสวนผลไม้ ปลูกกล้วยหอม ขายใบตอง  และพืชผักสวนครัว  มีรายได้ตลอดทั้งปี  สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  อยากให้ประชาชนได้เข้าถึงการเรียนรู้วิถีเกษตรที่สามารถจับต้องได้  ทำได้จริง  ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการมีอาชีพอิสระลงมือทำด้วยตนเอง  ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถไปขอความรู้ หรือสอบถามรายละเอียดข้อมูลกับสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านได้                 ด้านนายลำไพ  ขจรโมทย์  กล่าวว่า  มีพื้นที่ทำกิน 16 ไร่ เดิมเป็นนาข้าวทั้งหมด  แต่ปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง  หน้าแล้งก็แล้งไม่มีน้ำเลย พอถึงหน้าฝนน้ำไหลหลากก็ได้รับผลกระทบอีก  เป็นแบบนี้ซ้ำซากมาก จนกระทั่งมาลองศึกษาและเปลี่ยนแนวคิดจากการเริ่มศึกษาดูงานกับสำนักงานเกษตรอำเภอกุฉินารายณ์  ไปดูจุดนั้นจุดนี้หาข้อเปรียบเทียบกับของที่เรามี จนกระทั่งนำสู่การปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของครอบครัว  จากที่นานำมาแบ่งสัดส่วนตามหลักไร่นาสวนผสม เป็นพื้นที่ทำนาปี นาปรัง 6 ไร่  ปลูกไผ่  1 ไร่  กล้วยน้ำหว้า กล้วยหอมทอง และฝรั่ง 5 ไร่ และอีก 4 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยและคอกวัว  ภายในสวนเริ่มขุดสระน้ำ ขุดยกร่องในสวน

เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดสวนเงาะพร้อมออกตลาดกว่า 20 ตัน

เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  เปิดสวนผลไม้สุดารัตน์  ชูช้าง  บ้านหนองฟ้าเลื่อน  ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์  เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกไม้ผล ปี 2565  จากที่นาน้ำท่วมเป็นสวนผสมผสานอุดมสมบูรณ์ผลไม้นานาชนิด กล้วย ทุเรียน มะละกอ และเงาะ  นำน้ำจากลำพะยังหล่อเลี้ยงไม้สวนกว่า 23 ไร่ ตลอดปี https://www.youtube.com/watch?v=JuBCI-HRyF8 เมื่อวันที่ 25มิ.ย. 65  ที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 9 บ้านหนองฟ้าเลื่อน  ตำบลแจนแลน  อำเภอกุฉินารายณ์  จังหวัดกาฬสินธุ์  นายพงษ์ศักดิ์  ชินคีรี  เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  มอบหมายให้นางสาวอรนุช เกษสัญชัย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ และนายพนมกร เวชกามา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ  ออกเยี่ยมเกษตรกรดีเด่น สาชาอาชีพปลูกไม้ผล ปี 2565  รายเกษตรกรนางสุดารัตน์ ชูช้าง  ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกไม้สวนผสมผสานหลากหลายชนิด  และในปีนี้มีผลผลิตคุณภาพพร้อมออกสู่ตลาด  โดยเฉพาะเงาะ พันธุ์นาสานหรือสีทองใต้ และเงาะโรงเรียน กว่า 20 ตัน โดยมีนางสาววิรัตน์  จิตจักร  เกษตรอำเภอกุฉินารายณ์  นำคณะเยี่ยมชมสวนชิมเงาะสด ๆ จากต้นซึ่งมีรสชาดอร่อย  มหวาน กรอบ เนื้อร่อน ที่สำคัญผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP เรียบร้อย นางสุดารัตน์  ชูช้าง เกษตรกรสวนผลไม้  กล่าวว่า  ไปใช้ชีวิตมีครอบครัว ที่จ.จันทบุรี  นานกว่า 10 ปี  เรียนรู้การปลูกไม้ผลประเภทต่าง ๆ จนพ่อได้นำเอาต้นเงาะมาปลูกไว้ที่ปลายนา  ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกระทั่งเงาะออกดอกออกผล  ได้กินในครัวเรือน  จึงคิดว่ากาฬสินธุ์บ้านเราน่าจะปลูกผลไม้เหมือนทางจันทบุรี ได้ จึงเริ่มต้นวางแผนปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นนาข้าวเนื้อที่ 23 ไร่ ตามสภาพเดินของการทำนา  ถ้าปีไหนน้ำไม่ท่วมก็แล้งข้าวตาย  จุดนี้เป็นน้ำท่วมนาข้าวทุกปีเพราะติดกับคลองส่งน้ำลำพะยัง  ขายข้าวก็ไม่ได้กำไรขาดทุนทุกปี  แม้ว่าจะปลูกไม้สวนก็ยังเจอปัญหาน้ำท่วมต้นไม้เน่าเสียหาย แต่ยังหาวิธีแก้ปัญหาได้  จึงคิดว่าปลูกไม้สวนมีความมั่นคงกว่า  จึงได้เริ่มลงมือปลูกอย่างไม่ลังเล “พื้นที่ 23 ไร่  ได้แบ่งเป็นที่นา 1 ไร่ 1 งาน  ปลูกเงาะ 11

กระแสไม้ด่างสุดปังแรงต่อเนื่อง ส่งขายออนไลน์สร้างรายได้งาม

พบสาวชาวเมืองน้ำดำวัย 39 ปี โหนกระแส “ไม้ด่าง” ฟีเวอร์ ผุด “สวนเป็นสุข” เป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ด่าง สายพันธุ์แปลก สร้างความแตกต่าง สุดปัง ไม่ซ้ำใคร เอาใจคนรักพันธุ์ไม้ ในราคาจับต้องได้ แม้ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง ออร์เดอร์เข้ามารัวๆ เปิดขายออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์             วันที่ 22 มิ.ย.65 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิด-19 พบว่าได้เกิดอาชีพเพาะพันธุ์ “ไม้ด่าง” จำหน่าย  สร้างรายได้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ “สวนเป็นสุข”  ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์โดยมี น.ส.ณธิณิฐ ล่ำสัน อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของสวน ถึงกับต้องขยายพื้นที่สวนข้างบ้านเพิ่มอีกเกือบ 1 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ที่สนใจพันธุ์ไม้ด่าง ที่มาแวะชม เลือกซื้อ สร้างรายได้อย่างงาม สวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูงอย่างน่าทึ่ง ทั้งนี้ได้เปิดเพจเป็นช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ ทำให้เจาะถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบ “ไม้ด่าง” ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ             ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ พบ น.ส.ณธิณิฐ เจ้าของสวน ซึ่งกำลังคัดเลือกและบรรจุ “ไม้ด่าง” หลายสายพันธุ์ เพื่อบรรจุภัณฑ์ส่งลูกค้าตามออร์เดอร์ ที่อินบ๊อกเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย           น.ส.ณธิณิฐกล่าวว่า กระแสความนิยมไม้ด่าง ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ประดับ ได้กลับมาฟีเวอร์อีกครั้ง หลังเกิดสถานการณ์แพร่บาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประมาณปี 2563 สำหรับตนนั้น เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน เคยเลี้ยงและสะสมไม้ด่างด้วยความชอบและเก็บสะสมมาเรื่อย โดยมีสวนหลักอยู่ที่แฟมมิลี่ ฟาร์ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งน้องชายเป็นผู้ดูแล ในส่วนของ “สวนเป็นสุข” ที่นี่ เดิมเป็นสวนเล็กๆข้างบ้าน เอาไว้เดินชมเวลาว่างจากงานประจำ  จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หายเหนื่อย และเพิ่มกำลังใจ  จึงนำต้นไม้ที่แปลก หายาก มาปลูกเพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร           น.ส.ณธิณิฐกล่าวอีกว่า ต่อมาไม้ประดับประเภทไม้ด่าง สายพันธุ์ต่างๆ ได้รับความนิยม และมีผู้คนสนใจเข้ามาขอซื้อขอแบ่งปัน  จึงได้ขยายพันธุ์ ทั้งเอาไว้แบ่งปันและจำหน่ายให้กับผู้คนที่สนใจ  ทำให้เกิดรายได้เข้ามา และพัฒนาต่อยอดเป็นอีกอาชีพ ต่อมาจึงขยายสวนจากข้างบ้าน เป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

สวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์ลุงโช ขานรับเปิดเมืองเที่ยว

สวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  ขานรับนโยบายเปิดเมืองท่องเที่ยวผู้ว่าฯเมืองน้ำดำ  หลังพิษโควิดคลี่คลาย  จัดโปรโมชั่นพิเศษ กิน นอน เที่ยว และชมสวนเกษตรเนื้อที่กว่า 50 ไร่ อาหารพื้นบ้านเมนูอร่อยยังคงราคาเดิม https://www.youtube.com/watch?v=YdkpOUwHv9Q เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19  เริ่มคลี่คลายลง  ร้านอาหารหลายแห่งใน จ.กาฬสินธุ์  เริ่มปรับปรุงร้านค้าจุดบริการลูกค้า  เตรียมรับการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว ที่บรรยากาศน่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง  โดยเฉพาะร้านอาหารชั้นนำอย่างสวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  ของนายโชฏึก  คงสมของ  หรือลุงโช  สถานที่พัก ร้านอาหารอร่อยชื่อดังกลางป่าธรรมชาติ  ที่เงียบเหงามาเกือบ 3 ปี  ได้เตรียมความรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง  หลังสัญญาณดี ๆ จาก ศบค. ที่จะปรับพื้นที่สีเขียวทั้งประเทศ  เป็นอีกความหวังของผู้ประกอบการที่อยากให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฟื้นขึ้นโดยเร็ว นายโชฎึก  คงสมของ หรือลุงโช กล่าวว่า  3 ปี ที่ผ่านมาเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากหนักกว่าทุกๆ ครั้งที่เกิดสถานการณ์วิกฤต  แม้พิษโควิดกระทบเป็นวงกว้าง  ยาวนาน  ข้อดีก็ยังมีคือได้อยู่กับพื้นที่มากขึ้น  มีเวลาที่จะปรับปรุงห้องพัก โซนร้านอาหาร  ได้มีเวลาปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นไม้ผล สวนไผ่ และปลูกป่าเพิ่ม  จนกระทั่งตอนนี้ทำให้ภายในร้านสวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  บรรยากาศร่มรื่น  มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ มากมาย  รวมถึงการปรับปรุงห้องพัก  ร้านอาหาร  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งแม่ครัว เด็กเสิร์ฟ และคนงานในร้านมีการจ้างปกติ  ไม่ลดค่าแรง  แต่หน้าที่ปรับเปลี่ยนไป เพื่อช่วยพยุงร้านอาหารแห่งนี้ให้สวยงามสมบูรณ์แบบ เพื่อกลับมารับลูกค้าอีกครั้ง เจ้าของร้านอาหารชื่อดังกล่าวอีกว่า  นอกจากเมนูอาหารพื้นถิ่นอีสานรสชาติดั้งเดิม  ที่มีจำหน่ายในราคาปกติ  เมนูเด็ดทั้งลาบปลาตะเพียน  ทอดปลาเนื้ออ่อน  ต้มไก่บ้าน ซุปหน่อไม้ และอาหารตามฤดูกาลอย่างก้อยไข่มดแดง  พร้อมที่จะให้บริการลูกค้าเหมือนเดิม  ทั้งยังมีที่พักนอนเฮือนอีสานโบราณ ท่ามกลางป่าไม้ธรรมชาติที่ร่มรื่น ซึ่งในช่วงนี้หน่อไม้ออกเยอะมาก อยากให้นักท่องเที่ยวแวะมาเก็บหน่อไม้  ชมธรรมชาติในสวนกัน  ซึ่งห้องพักได้รีโนเวทใหม่ ให้ทันสมัยแต่เรียบง่าย มาได้ทั้งแบบหมู่คณะ รองรับ 40 คน งานจัดเลี้ยงได้มากกว่า 300 คน  รวมถึงการจัดประชุม อบรม และการสัมมนาต่าง ๆ ที่พร้อมบริการอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับสวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  เป็นร้านอาหารพื้นบ้านอีสาน  ตั้งอยู่ที่บ้านสะอาดใต้  ตำบลเหนือ  อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์