ข่าวสังคม

ข่าวอาชญากรรม

รวบหนุ่มก่อเหตุ ขวดฟาดหัวยายชิงทรัพย์อาหารสาหัสกระดูกเบ้าตาแตก

หนุ่มอดีตพนักงานส่งเฟอร์นิเจอร์ทำทีเข้าไปขอเงินยายวัย 7 […]

ตำรวจคำม่วงพร้อมด้วยสหวิชาชีพ ร่วมสอบ เด็กหญิงอนุบาลยืนยันถูกรุ่นพี่ล่วงละเมิดทางเพศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาเด็กหญิงอนุบาล 5 ขวบถูกรุ่นพี่ล่วงละเมิดทางเพศ

“ปวีณา หงสกุล” ลุยสอบล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอนุบาล

คลี่คลายหาความจริง ศึกษาธิการกาฬสินธุ์สั่งตั้งกรรมการร่วม สอบปมรุ่นพี่ป.5รุมอนาจารเด็กอนุบาล

ข่าวการเมือง

กมธ.กีฬาดัน พ.ร.บ. “อีสปอร์ต”ชี้อนาคตสร้างรายได้มหาศาล โดยเฉพาะผู้พิการได้พัฒนาศักยภาพและมีชีวิตใหม่ในโลกเสมือนจริง

กมธ.กีฬา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมผลักดันและศึกษาแนวทางยกร่า […]

ที่ปรึกษาคมนาคมฯตรวจสอบถนนชำรุดและติดตามปัญหาภัยแล้ง

ข่าวการเมือง ข่าวกีฬา

กมธ.กีฬาฯ เรียกทุกฝ่ายเกี่ยวข้องแจงปมแหกคำสั่ง “ประยุทธ์” ห้ามจัดมวยลุมพินี จนเป็นเหตุ โควิด19 ระบาด

กมธ.กีฬาฯ เรียกทุกฝ่ายเกี่ยวข้องแจงปมแหกคำสั่ง “ประยุทธ […]

กาฬสินธุ์ปล่อยตัวผู้ต้องหายากจนชุดแรก 40 ราย ศาลจังหวัด

สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งเสริมพบเกษตรกรต้นแบบ เดินหน้าสู่ความมั่นคงทางอาหาร

สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ แนะเกษตรกรน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในสถานการณ์ฟื้นฟูจากผลกระทบโควิด-19 โดยเฉพาะการเกษตรกรรมธรรมชาติและสร้างความมั่นคงทางอาหาร เผยจากการส่งเสริมพบเกษตรกรต้นแบบเกิดขึ้นหลายแห่ง โดยทำการเกษตรที่หลากหลาย และเลี้ยงสัตว์ สามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืน https://www.youtube.com/watch?v=X9V1JRxFHxs&feature=youtu.be ที่กลุ่มแปลงใหญ่ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความสำเร็จของเกษตรกรผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง โดยมีเกษตรประจำตำบล ผู้นำชุมชน และเกษตรกรให้การต้อนรับ จากนั้น นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความสำเร็จ ที่ไร่แสนบุญฟาร์มแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของนายจิรภัทร คาดีวี ซึ่งเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer ของ จ.กาฬสินธุ์ เลขที่ 65 หมู่ที่ 11 ต.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดเด่นคือแปลงผูกผักสลัด ผลิตน้ำหมักชีวภาพและเลี้ยงกระบือพื้นบ้าน ซึ่งแปลงเกษตรทั้ง 2 แห่งนั้นประสบผลสำเร็จ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร ปีงบประมาณ 2563 กิจกรรมสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร จึงได้นำนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ จำนวน 4 จุด คือสวนสถาพร อินทผลัม ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์, กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.นามน จ.กาฬสินธุ์, แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์หรือไร่แสนบุญฟาร์ม ต.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ภายใต้สินค้าแบรนด์ "คำบอนกรีน" บ้านโคกไม้งาม ต.โนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ได้รับทราบ นำไปขยายผลสู่เกษตรกรในหมู่บ้านและชุมชนต่อไป นายธีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกร และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นอย่างมาก หลายคนถูกสถานประกอบการเลิกจ้างทำงาน

พริกผืนดิน ปลูกอินทผลัมโกยเงินล้าน กลายเป็นแหล่งเรียนรู้โคกหนองนาโมเดล

พบหนุ่มใหญ่วัย 53 ปี ชาวตำบลสมสะอาด อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พลิกผืนดินที่เคยปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งประสบปัญหาขาดทุนและน้ำท่วม หันมาปลูกอินทผลัม ควบคู่กับการเกษตรผสมผสาน ใช้เวลาเพียง  5 ปีประสบความสำเร็จสร้างรายได้ปีละนับล้านบาท และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลให้เกษตรกรทั่วไปศึกษาดูงาน https://www.youtube.com/watch?v=plcZDQH8sMo&feature=youtu.be ที่สวนสถาพรอินทผลัม  เลขที่ 87 หมู่ที่ 1 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ และคณะนำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบ ตามโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร ปีงบประมาณ 2563 สำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ โดยมีเกษตรอำเภอกุฉินารายณ์ พร้อมด้วยนักวิชาการเกษตร และนายสถาพร  กาพย์กลอน เจ้าของสวนสถาพรอินทผลัมให้ข้อมูล  นายสถาพร กาพย์กลอน อายุ 53 ปี เจ้าของสวนอินทผลัมกล่าวว่า ก่อนที่จะมาปลูกอินทผลัมนั้น พื้นที่ตรงนี้เคยปลูกพืชไร่แบบดั้งเดิมหลายชนิด เช่น บวบงู บวบหอม ฟักทอง แตงโม แตงไท โดยเฉพาะอ้อยและมันสำปะหลัง แต่ราคาไม่แน่นอน และประสบปัญหาขาดทุน บางปีฝนทิ้งช่วงประสบภัยแล้ง ขณะที่บางปีฝนตกชุกน้ำท่วม ผลผลิตเสียหาย เช่น หัวมันเน่าเสียหายหมด เป็นปัญหาซ้ำซาก จึงหันมาปลูกอินทผลัม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่  นายสถาพรกล่าวอีกว่า แรงบันดาลใจที่หันมาเลือกปลูกอินทผลัมคือ เห็นเกษตรกรหลายพื้นที่ปลูกอินทผลัมกันมากขึ้น และผลอินทผลัมเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทุกระดับ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่  จึงมองว่ามีอนาคต  ราคาจำหน่ายผลผลิตสูงกว่าพืชผลทั่วไป จึงได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกอินทผลัม รวมทั้งการจัดการในแปลง และแนวทางการตลาด  จากเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น จ.อุดรธานี จ.เพชรบูรณ์ จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะเริ่มทดลองปลูก ในปี 2559 ปลูกครั้งแรกเป็นสายพันธุ์เพาะเมล็ด แต่ให้ผลผลิตและคุณภาพที่ดีนัก จึงเปลี่ยนมาเป็นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อพันธุ์บาฮี ที่คุณภาพที่ดี ให้ผลผลิตสูง ผลโต สีเหลืองสด รสชาติหวาน กรุบกรอบ ซึ่งสามารถควบคุมเพศและคุณภาพของอินทผลัมอีกด้วย ทั้งนี้ ตนมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อ้อย ขุดสระน้ำ 4 บ่อ และพืชล้มลุกชนิดต่างๆ 10 ไร่ ปลูกอินทผลัม

ชาวนากาฬสินธุ์เฮ กระทรวงพาณิชย์เบรกข้าวเพื่อนบ้านตีตลาดไทย

ชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ดีใจ ขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ สั่งเบรกนำเข้าข้าวต่างประเทศ หลังเปิดผลข้อมูลประชาพิจารณ์ “กรอบอาฟต้า”หรือเขตการค้าเสรี ไม่ผ่าน ชี้ไทยข้าวไม่ได้ขาดแคลนถึงกับต้องนำเข้าข้าวต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐาน ตั้งเป้าขายข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาท ชาวนามีกำไร หายจน แนะรัฐบาลเข้มงวดบริเวณชายแดน อย่าให้มีการลักลอบนำเข้าข้าวโดยเด็ดขาด https://www.youtube.com/watch?v=qggb9Tg7eF8&feature=youtu.be เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพทำนา ของชาวนา จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งผ่านพ้นช่วงปักดำและต้นข้าวกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับน้ำจากชลประทานลำปาวอย่างบริบูรณ์ ในขณะที่ข้าวไวแสงหรือข้าวสำหรับเพาะปลูกเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปรัง ก็เริ่มตั้งท้องและออกรวงเต็มท้องทุ่ง นายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผู้ใหญ่บ้านบ้านศรีสังคม หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งประกอบอาชีพทำนาด้วย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงเริ่มฤดูทำนา ตนและเพื่อนชาวนาต่างรู้สึกสงสัยและท้อใจเป็นอย่างมาก ที่ทราบข่าวว่ามีนายทุนนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งข้าวเปลือกและข้าวสาร ซึ่งราคาถูกเข้ามาตีตลาดไทย เพราะได้ส่งผลกระทบถึงราคาข้าวในบ้านเราทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า ที่กำลังพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 18-19 บาท ให้ฉุดดึงราคาต่ำลงมาอีก ทำให้ชาวนาไทยเสียโอกาสทำนาได้กำไร และต้องประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก จึงอยากเรียกร้องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับในวงการข้าว เข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วย นายนาคินทร์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ผลิตข้าวหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศและส่งออก แต่กลับมีเหตุการณ์นำเข้าข้าวจากต่างประเทศดังกล่าว จึงรู้สึกสงสัยและท้อใจเป็นธรรมดาของคนทำนา และเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการข้าวตลอดเวลา ล่าสุดจากการติดตามข่าวสาร ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์ได้รับฟังความคิดเห็น (ร่าง) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการนำข้าวเข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน พ.ศ. 2563 ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ถึง 22 กรกฎาคม 2563 (ปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 22 กรกฎาคม 2563) โดยนายสุเทพ คงมาก กรรมการในคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เปิดเผยว่าผลประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน จำเป็นต้องยุติและยกเลิกไป อีกด้านหนึ่งมีประกาศของกระทรวงพาณิชย์ของเดิมอยู่แล้วปี 2553 ในกรอบอาฟต้า แต่ที่จะยกร่างใหม่ เพื่อที่จะบังคับใช้ในปี 2564  ที่กรมการค้าต่างประเทศชี้แจงว่าจะมีความละเอียด และลงลึกมากขึ้น ปริมาณ และกรอบเวลาที่จะนำเข้า คิดว่าการอธิบายการยกร่างไม่ชัดเจน ทำให้กระแสสังคม การเมือง กมธ.การเกษตร ได้มีการทักท้วงมา ทำให้เกษตรกร เอกชน คลางแคลงใจ ทำให้ประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน  คนเห็นด้วย

ขนส่งกาฬสินธุ์จัดประมูลเลขสวยมงคลร่ำร่วย หลวงปู่หนูอินทร์เมตตา เจิมกองเงินกองทอง หมวด กท

กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เตรียมประมูลเลขทะเบียนรถเลขสวย หมวด กท กองเงิน กองทอง  301 หมายเลข ผ่านการอธิษฐานจิตและเจิมโดยหลวงปู่หนูอินทร์เกจิชื่อดัง พร้อมประมูล 29-30 สิงหาคมนี้ รายได้นำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน https://www.youtube.com/watch?v=qa_Vk2NrDO8&feature=youtu.be เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุมดอกเกดโรงแรมริมปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายชัยธวัช  เนียมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย  นางสาวพรพิศ มิ่งมาศ ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงข่าวการประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่ รถเก๋ง รถกระบะสี่ประตู รถแวน ในหมวดอักษร กท ซึ่งได้ให้ความหมายที่เป็นมงคลว่า กองเงิน กองทอง โดยกำหนดประมูลในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 และวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563  ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป  ที่ห้องทศพร โรงแรมริมปาว จังหวัดกาฬสินธุ์      นายชัยธวัช  เนียมศิริ   ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์  กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดให้สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย  ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนที่นำออกประมูล จำนวน 301 หมายเลข โดยแผ่นป้ายทะเบียนรถจะมีลวดลายเป็นภาพกราฟฟิกรูปโปงลางและไดโนเสาร์ อยู่บนพื้นลายผ้าไหมแพรว่า อันเป็นสัญลักษณ์ ที่โดดเด่นของจังหวัดกาฬสินธุ์  ซึ่งรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถครั้งนี้ จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน ส่งเสริมสร้างวินัยจราจรให้เยาวชนและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล ยังได้นำแผ่นป้ายทะเบียนทั้งหมดเข้าพิธีอธิษฐานจิตและจารย์แผ่นป้ายโดยพระราชศีลโสภิต หรือหลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล จังหวัดกาฬสินธุ์ เกจิชื่อดังภาคอีสานด้วย ทั้งนี้ เมื่อผู้ประมูลได้และชำระราคาแล้ว สามารถใช้จดทะเบียนรถได้ทันที โดยจะจดทะเบียนรถใหม่ หรือรถเก่าที่มีทะเบียนอยู่แล้ว ก็ได้ และถือเป็นสิทธิของผู้ประมูลที่จะจำหน่าย จ่ายโอนแก่ผู้อื่นได้

กลุ่มสตรีแม่บ้านคำบงชื่นใจ ยอดสั่งเสื้อผ้าฝ้ายสีฟ้างานฝีมือชาวภูไทสวมใส่วันแม่พุ่ง

กลุ่มสตรีแม่บ้านคำบง  อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ เร่งตัดเย็บเสื้อผ้าฝ้ายสีฟ้า และปักเย็บด้วยมือ ตามอัตลักษณ์ของกลุ่มเย็บด้วยจักรักด้วยมือ หลังมีออร์เดอร์จากลูกค้าทั่วประเทศ เพื่อสวมใส่ในวันเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง หรือวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม จนผลิตไม่ทัน https://www.youtube.com/watch?v=8XUB-AiO0t0&feature=youtu.be เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่กลุ่มสตรีแม่บ้านคำบง หมู่ 1  ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ นายไพโรจน์  จิตร์จักร นายอำเภอห้วยผึ้ง มอบหมายนางภัทรรินทร์ญาพร กองศูนย์พนิช นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยผึ้ง ติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่ม หลังได้รับรายงานว่า มีลูกค้าจากทั่วประเทศต้องการผ้าพื้นเมือง และเสื้อผ้าแปรรูปจำนวนมาก สั่งซื้อเสื้อสำเร็จรูปและผืนผ้าโทนสีฟ้า ซึ่งเป็นงานฝีมือหรือผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสตรีแม่บ้านคำบงมากเป็นพิเศษ โดยระบุว่าช่วงจะเข้าสู่ห้วงวันมหามงคลเฉลิมพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2563 มียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก นางภัทรรินทร์ญาพร กองศูนย์พนิช นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยผึ้ง กล่าวว่า ทางอำเภอห้วยผึ้งและสำนักงานพัฒนาอำเภอห้วยผึ้ง ได้ดำเนินการส่งเสริมกลุ่มอาชีพและกลุ่มสตรีแม่บ้าน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ที่โดดเด่นคือกลุ่มสตรีแม่บ้านคำบงและอีกหลายกลุ่ม ที่ดำเนินการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเย็บด้วยจักรปักด้วยมือ และผลงานเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ถือเป็นงานแฮนด์เมดของกลุ่มสตรีแม่บ้านคำบง ที่สืบสานภูมิปัญญาของชนชาวผู้ไทมาตั้งแต่บรรพบุรุษ กระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างอาชีพและรายได้มาสู่กลุ่มอย่างยั่งยืน นางภัทรรินทร์ญาพรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จากการรณรงค์ให้มีการสวมใส่ผ้าไทยของทางรัฐบาลและนายชัยธวัช  เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตลอดจนเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และความหลากหลายของสินค้าจากแฮนด์เมดชาวผู้ไทคำบง ทางอำเภอห้วยผึ้งและสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยผึ้ง จึงได้มีการเชื่ออมโยงกับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าพื้นเมืองจากอำเภอต่างๆใน จ.กาฬสินธุ์ เช่น อ.คำม่วง อ.ดอนจาน โดยนำผลิตภัณฑ์ผ้าที่ได้จากการถักทอ ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาเช่นเดียวกัน มาตัดเย็บเข้าด้วยกันกับผ้าฝ้ายภูไทคำบง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง มีการขยายกลุ่มลูกค้าและการตลาดได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผลงานที่ผ่านมาได้รับการการันตีคุณภาพผลงานระดับ 4 ดาว  และกำลังพัฒนาต่อยอดไม่หยุดยั้งเพื่อก้าวสู่ระดับ 5 ดาวในเร็วๆนี้ ด้านนางสนิท ไชยสุข ประธานกลุ่มสตรีแม่บ้านคำบง กล่าวว่า กลุ่มสตรีแม่บ้านคำบง กลุ่มเราตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2556 มีสมาชิก 29 คน เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ เพราะมีอัตลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบกลุ่มใด คือการผลิตและแปรรูปผ้าพื้นเมือง หรือที่เรียกว่าผ้าฝ้ายภูไทคำบง ซึ่งมีกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การปลูกฝ้ายเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เยี่ยมสหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย-สวนปันบุญ

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และเยี่ยมสวนปันบุญแหล่งผลิตผักอินทรีย์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร  https://www.youtube.com/watch?v=4ffLyiz5SUA&feature=youtu.be                 ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด บ้านดงกล้วย ม.4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ นายณรงค์  เชื้อบุญช่วย  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ซึ่งเป็นการตรวจติดตามแผนงานโครงการตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2563 รอบที่ 2 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ว่าที่ร้อยโทปุณณกิจ เชาว์น้อย นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนางสาวศุภลักษณ์ แร่เพ็ชร์ สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและกลุ่มเกษตรกรให้การต้อนรับ                 สำหรับสหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ซึ่งได้รับการส่งเสริมและพัฒนาดูแลของสำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง ทั้งด้านระบบน้ำประปา บาดาล การปรับสภาพดิน การเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืชทำการเกษตรผสมผสาน และประชาชนได้มีบ้านพักอาศัย มีอยู่ มีกิน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ ปัจจุบันมีสมาชิก 75 คน ได้รับการส่งเสริมให้เป็นแปลงใหญ่หม่อนไหม แปลงผักใหญ่ บริหารจัดการรูปแบบในครัวเรือนละ 2.2 ไร่  และมีการรวมแปลงเรียนรู้ผลิตอาหารปลอดภัยออกจำหน่ายสร้างรายได้และเก็บไว้กินเอง                 จากนั้นนายณรงค์  เชื้อบุญช่วย  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เข้าตรวจติดตามผลการดำเนินงานการสร้างมูลค่า สวนปันบุญ บ้านดอนแคน อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตผักอินทรีย์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร  โดยมีการพัฒนาวิสาหกิจยึดหลักเกษตรปลอดภัย ขยายการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ไปสู่พื้นที่อื่น เพื่อสร้างรายได้และลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน                 นายณรงค์  เชื้อบุญช่วย  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12  กล่าวว่า  การตรวจราชการแบบบูรณาการเป็นการติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในประเด็นต่างๆ  และรับทราบปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงาน  เพื่อรวบรวมปัญหานำเสนอนายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้องหาวิธีการแก้ไขปรับปรุงให้การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป
© สงวนลิขสิทธิ์ สำนักข่าวเสียงภูพาน สนใจนำบทความไปเผยแพร่ ติดต่อ โทร.084-5904691