ข่าวด่วน ข่าวอัพเดทรายวัน ข่าวอาชญากรรม

ตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุ์ ตร.แจ้ง2ข้อหาลุงยิงสวนเพื่อนบ้านดับยันป้องกันตัว

ตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุ์ สอบปากคำลุงยิงหนุ่มเพื่อนบ้านเสี […]

หนุ่มควงปืนบุกทุบกระจกเพื่อนบ้านถูกลุงวัย69ปียิงสวนดับ

ภาพบาดตา หนุ่มผวาแฟนเก่าตามหึงสาว ยิงปืนขู่ถึงบ้าน

กาฬสินธุ์สาวเทศบาลแห่แจ้งความเพิ่มจับหนุ่มหัวทองแอบถ่ายคลิปในห้องน้ำ

บุคคลอันตราย เปิดคลิปนาทีตำรวจรวบหนุ่มผมทอง แอบถ่ายคลิปผู้หญิงในห้องน้ำเทศบาลหนองกุงศรี

ข่าวการเมือง

วิรัช พิมพะนิตย์ มอบแว่นตาเชิญชวนผู้สูงอายุฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะลงพื้นที่จ […]

ส.ส.ประเสริฐ บุญเรือง เร่งช่วยประชาชนถูกพายุพัดบ้านพังเสียหาย

นายกตำบลคำเหมือดแก้ว รับไม้มหาดไทยเร่งช่วยเหลือป้องกันแก้ไขโรคลัมปี สกิน

ข่าวการเมือง

สำเร็จแล้ว! ครม. ไฟเขียวร่างกฎกระทรวงรถรับจ้างส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนแล้ว

“ศักดิ์สยาม” ผลักดันนโยบายเร่งด่วนตลอด 1 ปี 10 เดือน ด้ […]

“ชวน หลีกภัย” รณรงค์ให้ฉีดวัคซีนมอบหน้ากากอนามัยให้กลุ่มเปราะบางสู้ภัยโควิด

“หมู วิรัช พิมพะนิตย์” เคาะกุฏินิมนต์พระรวมพลังอสม.ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ

สวนสุพรรณ์อินทผลัม เตรียมเปิดสวนอินทผลัมอินทรีย์ผ่าวิกฤติโควิด

เตรียมเปิดสวนอินทผลัม สวนสุพรรณ์ บ้านโสกทราย ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์  หวังกระตุ้นเศรษฐกิจภาคเกษตร และภาคการท่องเที่ยว ภายใต้การคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด จำกัดคนเข้าสวนรอบละไม่เกิน 30 คน พร้อมเปิดโปรโมชั่นพิเศษฉีดวัคซีนแล้วรับส่วนลดทันที 50 บาท https://www.youtube.com/watch?v=hHsXEHghi3w ที่สวนสุพรรณ์อินทผลัม บ้านโสกทราย ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์  นางสาวสุกันยา  มาตรสะอาด ปลัดอำเภอ   พร้อมด้วยนางกัลยา จรเอียด รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ อ.สหัสขันธ์  เข้าสำรวจความพร้อมเตรียมเปิดสวนเพื่อจำหน่ายอินทผลัมสายพันธ์บาฮี สีเหลือง โดยมีกำหนดเปิดในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 โดยนายสุพรรณ์ อนุมาตร์ และนางสุภี อนุมาตร์ เกษตรกรเจ้าของสวน พาเยี่ยมชมต้นอินทผลัม ที่กำลังจะสุกได้ที่  ซึ่งปีนี้ยังคงคุณภาพ ลูกโต หวาน กรอบ อร่อย และได้รับมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย หรือ Q   นายสุพรรณ์ อนุมาตร์ กล่าวว่า ในฤดูกาลผลิต ปี 2564 ต้นพันธุ์อินทผลัมชุดแรกมีอายุย่างปีที่ 10 ชุดที่2 อายุ 6 ปี และ ชุดที่ 3 อายุ 4-5 ปี ให้ผลผลิตแบบ 100% ครบทุกต้น โดยที่สวนปลูกไว้ 50 ต้น พื้นที่ 2 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 6 ไร่ สลับกับพื้นที่ปลูกไม้ผล มะนาว ผักหวานป่า ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี  โดยผลผลิตอินทผลัมจะให้ผลผลิตปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะอยู่ในห้วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม  ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่เปิดสวนจำหน่ายผลผลิต   โดยปีนี้ยังขายในราคา กิโลกรัมละ 500 บาท ซึ่งสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้

ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ เตรียมประกาศเขตประสบภัยโรคระบาดสัตว์ลัมปีสกินเร่งช่วยเหลือเกษตรกร

ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำชับทุกอำเภอเร่งสำรวจ เตรียมประกาศเป็นเขตประสบพิบัติภัยโรคระบาดสัตว์ เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน หลังพบโค กระบือป่วย และตายจำนวนมาก พร้อมเตรียมฉีดวัคซีนทันทีหากได้รับการจัดสรร ย้ำเนื้อโคที่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ปลอดภัย บริโภคได้ และโรคนี้ไม่ติดสู่คน https://www.youtube.com/watch?v=Yh4ICesT3j0 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายสุทิน กาญจนรัช ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยตัวแทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกัน เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกินในโค และกระบือในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมร่วมกันหารือระเบียบในการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ และวางแนวทางในช่วยเหลือเกษตรกรชดเชยและเยียวยาที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกินที่สัตว์ป่วยและตาย นายสุทิน กาญจนรัช ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ขณะนี้พบการแพร่ระบาดทั้ง 18 อำเภอทั้งจังหวัด โดยล่าสุดข้อมูลตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ - วันที่ 29 พฤษภาคม 2564  เบื้องต้นในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ มีสัตว์ป่วยสะสม 9,994 ตัว แบ่งเป็นโค เนื้อ 9,978 ตัว โคนม 6 ตัว กระบือ 10 ตัว สัตว์ตาย 338 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 5,586 ราย และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการให้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจ และรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต นายสุทิน กล่าวอีกว่า ในส่วนมาตรการต่างๆที่จะช่วยเหลือ ชดเชย และเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือที่ได้รับผลกระทบ สัตว์ป่วยและตายนั้น เริ่มแรกได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศให้เป็นเขตโรคระบาดในสัตว์ชนิดโรคลัมปี สกิน ประเภทโค กระบือ พร้อมสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ออกนอกหรือนำเข้ามาในจังหวัด ให้สัตว์อยู่กับที่ และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม เนื่องจากตัวสัตว์เป็นพาหะนำโรค โดยมีสาเหตุจากแมลงต่างๆที่ดูดเลือด ทั้ง เหลือบ เห็บ หมัด

ผวาทั้งอำเภอ ชาวบ้านหวั่นฝูงเป็ดไล่ทุ่งอพยพเกิดโรคระบาดเหมือนลัมปีสกิน

ชาวบ้านในตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ผวา หลังพบฝูงเป็ดไล่ทุ่งนับ 1 หมื่นตัวอพยพมาปักหลักหากิน ในเขตบ้านโคกคอน และบ้านทุ่งสว่าง หวั่นเกิดโรคระบาดเหมือนโรคลัมปี สกิน ที่กำลังระบาดในสัตว์เลี้ยงประเภทโค และโรคเพิร์สในสุกร  แจ้งผู้ใหญ่บ้านและปศุสัตว์เร่งตรวจสอบ https://www.youtube.com/watch?v=JXVZ9rHsfzs เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และการเกิดโรคลัมปี สกินระบาด ในสัตว์เลี้ยงประเภทโค กระบือ รวมทั้งโรคเพิร์สในสุกร พบว่าต่างดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง และสิ่งที่ชาวบ้านเกิดความกังวลในช่วงนี้คือ มีนายทุนนำฝูงเป็ดไล่ทุ่งจำนวนกว่า 1 หมื่นตัว เข้ามาปักหลักหากินในพื้นที่ ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดโรคระบาด โดยมีเป็ดไล่ทุ่งเป็นพานะนำโรค ล่าสุดที่บริเวณทุ่งนาบ้านโคกคอน หมู่ 12 และบ้านทุ่งสว่าง หมู่ 16 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายสุทิน กาญจนรัช ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ และนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายอนุชา ศิริจันทร์ ปศุสัตว์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ นายประสิทธ์ จำเริญควร ผู้ใหญ่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 16 และนายบุญมา ประทุมวัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุ่งสว่าง ร่วมตรวจสอบฝูงเป็ดไล่ทุ่ง นายประสิทธ์ จำเริญควร ผู้ใหญ่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 16 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะได้รับน้ำจากคลองชลประทานลำปาว ทำนาปีละ 2 ครั้ง จึงมีน้ำขังตลอดปี จึงทำให้มีหอยเชอรี่ที่เป็นศัตรูข้าวและเมล็ดข้าวปลอมปน ที่ผ่านมาชาวนาต้องหาซื้อสารเคมีมากำจัดหอย ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเกิดสารพิษตกค้าง พอมีเป็ดไล่ทุ่งเข้ามาหากิน จึงเป็นผลดีที่ช่วยกำจัดหอยเชอรี่และเมล็ดข้าวปลอมปน แต่จากการเข้ามาของฝูงเป็ดไล่ทุ่งดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกหวาดผวา  โดยกลัวว่าจะเกิดโรคระบาด เช่น โรคไข้หวัดนก หรือเหมือนโรคลัมปี สกินที่กำลังระบาดในโค และโรคเพิร์สในสุกร  จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทำการตรวจสอบดังกล่าว ทั้งใบอนุญาตและใบรับรองการตรวจโรค เพื่อให้ชาวบ้านสบายใจ ด้านนายวิชัย หลีเกษม อายุ 63 ปี

โรคโควิด-ลัมปีสกิน ระบาดร้านลาบก้อยซบเซา วัวตายแล้ว 20 ตัว

กระทบสองเด้งสถานการณ์โรคโควิด-19และ“โรคฝีดาษวัว” หรือ “ลัมปี สกิน” ระบาดในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากส่งผลกระทบกับเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการขายเนื้อวัว และร้านขายอาหาร ลาบ ก้อย เมนูอีสานที่ทำจากเนื้อวัว ซึ่งเงียบเหงา และซบเซาเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ช่วยเหลือ เนื่องจากขาดยารักษาโรคต้องใช้ภูมิปัญญาบรรเทาอาการ ด้านสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ประกาศพบวัวมีอาการป่วยเพียง 415 ตัว เสียชีวิต 20 ตัว https://www.youtube.com/watch?v=dxYNxEPmoXM เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบการเกิดโรคระบาดในวัว คือโรคลัมปี สกิน หรือชาวบ้านบางคนเรียกว่าโรคฝีดาษวัว พบว่ามีวัวของเกษตรกรเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าว กระจายอยู่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ หลายอำเภอ ซึ่งการแพร่ระบาดของ 2 โรคนี้นอกจากจะส่งผลกระทบกับการดำรงชีวิตของประชาชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการขายเนื้อวัว และร้านขายอาหาร ลาบ ก้อย เมนูอีสานที่ทำจากเนื้อวัว ซึ่งเงียบเหงา และซบเซาเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักงานปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ รายงานสถานการณ์ว่า ว่าพบใน  9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ 318 ตัว เสียชีวิต 17 ตัว, อ.ยางตลาด 39 ตัว, อ.กุฉินารายณ์ 34 ตัว เสียชีวิต 3 ตัว, อ.สามชัย 11 ตัว, อ.หนองกุงศรี 4 ตัว,  อ.กมลาไสย 3 ตัว, อ.ร่องคำ 3 ตัว, อ.เขาวง 2 ตัว, อ.ท่าคันโท 1 ตัว รวมพบวัวป่วยจำนวน 415 ตัว  และเสียชีวิต 20 ตัว ขณะที่ อ.ห้วยผึ้ง อ.ห้วยเม็ก อ.นามน อ.สมเด็จ อ.นาคู  อ.ฆ้องชัย อ.ดอนจาน

นายอำเภอสหัสขันธ์ เน้นย้ำท้องถิ่นแก้ปัญหาโรคระบาดลัมปีสกิน

นายอำเภอสหัสขันธ์  กำชับ อปท.ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาโรคระบาดอุบัติใหม่ “ลัมปีสกิน” เผยฝ่ายปกครองออกสำรวจพบโคป่วยแล้ว 130 ตัว ใน 8 ตำบล 85 หมู่บ้าน พร้อมประกาศเขตพื้นที่ระบาดโรคเพิร์สในสุกรห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์โดยไม่ได้รับการอนุญาต https://www.youtube.com/watch?v=QtR0-OGCZ20 ที่ห้องประชุมอำเภอสหัสขันธ์ นายตระกูล  หนูนิล  นายอำเภอสหัสขันธ์  เป็นประธานในการประชุมแก้ไขปัญหาโรคระบาดในสัตว์ ของอ.สหัสขันธ์ โดยมีนายสุรพล เกิดศักดิ์ ปศุสัตว์อ.สหัสขันธ์ ผู้บริการ อปท. และกำนัน  จาก 8 ตำบล ร่วมประชุมเพื่อขอความร่วมมือจาก อปท.ในการเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค เจอกับโรคระบาด ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ “ลัมปีสกิน” และโรค “เพิร์ส หรือ PRRS” ที่ระบาดในสุกรพร้อมออกตรวจเยี่ยมคอกสัตว์ในพื้นที่ตำบลโนนบุรี อ.สหัสขันธ์ ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงป่วยจำนวนมาก นายสุรพล เกิดศักดิ์   ปศุสัตว์ อ.สหัสขันธ์ กล่าวว่า  นอกเหนือจากการออกสำรวจสัตว์ป่วยยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกติดตามอาการของโคที่ป่วยในพื้นที่อ.สหัสขันธ์ทั้ง 8 ตำบล โดยเฉพาะการออกฉีดยารักษาตามอาการเพื่อป้องกันการตายของสัตว์เลี้ยง รวมถึงการขอความร่วมมือจาก อปท.ในการจัดงบประมาณจัดซื้อยาพ่นและยารักษาสัตว์เลี้ยงโดยด่วน โดยเฉพาะการฉีดพ่นยาฆ่ายุงซึ่งเป็นพานะนำโรคระบาด โดยคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยจำนวนโคในพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ ประมาณ  5,300 ตัว ป่วยเป็นโรคลัมปีสกินแล้ว 130 ตัว ยังไม่มีรายงานจากการตายด้วยโรคนี้  อย่างไรก็ตามในส่วนของ อ.สหัสขันธ์ ยังมีการระบาดของโรคเพิร์ส หรือ PRRS  ซึ่งได้ทำลายไปแล้ว 38  ตัว และได้ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราวโรคPPRS ในสุกร ซึ่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ประเภทสุกร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้ง หาฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 22  พรบ.โรคระบาด พ.ศ.2558   นายตระกูล หนูนิล  นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า โรคระบาดที่เกิดขึ้นยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ซึ่งได้ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ออกสำรวจสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเพื่อรายงานตัวเลขเข้ามาแบบวันต่อวัน แม้ว่าหลายพื้นที่เกิดโรคระบาดในสัตว์เป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร   จึงได้เชิญผู้บริหาร อปท. กำนัน  มาทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิด และเร่งให้การช่วยเหลือโดยด่วนจะรอช้าไม่ได้ เพราะอาจจะทำให้สัตว์เลี้ยงตายและเกิดลุกลามระบาดหนักมากไปอีก  เบื้องต้นต้องทำการรักษาเพื่อบรรเทาตามอาการ แก่เกษตรกร  โดยเฉพาะการกางมุ้ง หรือการใช้ยากันยุงป้องกันยุงกัด

เกษตรกรมือใหม่เตือนถึงบทเรียนราคาแพงพันธุ์หมูติดเชื้อจากโลกออนไลน์

เกษตรกรมือใหม่เตือนเพื่อนเกษตรกร  อย่าหลงเชื่อซื้อขายหมูในโลกออนไลน์  หากจะเลี้ยงหมูให้ขอคำปรึกษาจากสำนักงานปศุสัตว์ ทุกขั้นตอนปฏิบัติให้ถูกต้อง หลังถูกหลอกขายพันธุ์สุกรติดเชื้อสูญเงินเก็บนับแสนบาทต้องทำลายทิ้งแบบยกคอก ไร้เงินประกัน – เงินชดเชย https://www.youtube.com/watch?v=4h1E2VMcefg จากกรณีที่  นายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมด้วย ปศุสัตว์อำเภอสหัสขันธ์  นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ เข้าทำลายลูกสุกร วัย 2 เดือน จำนวน 38 ตัว ติดเชื้อไวรัส PRRS หรือเพิ่ร์ส ด้วยการฉีดยา ทำการฆ่าเชื้อและฝังกลับ  เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์  ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 24 พ.ค. 64  ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามรายละเอียด ถึงพันธุ์สุกร ที่ถูกทำลายไป  พบกับ ว่าที่ร้อยตรีหญิงกนกวรรณ ภูขยัน เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และนางสาวศุภลักษณ์ แซ่เล้า เจ้าของพันธุ์สุกร  ซึ่งจากการพูดคุยทราบว่า เป็นพันธุ์ลูกหมูที่มีขายในโลกออนไลน์  มีราคาถูกกว่าท้องตลาด ทั่วไปโดยรอบนี้ลงทุนไปแสนกว่าบาท แยกเป็นพันธุ์ลูกหมู 84,000 บาท  ค่าหัวอาหาร และค่าดูแลรักษาอื่น ๆ อย่างไรก็ตามได้แจ้งรายละเอียดข้อมูลที่มาลูกสุกรที่ติดเชื้อให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ไปแล้ว  เพื่อไม่ให้เกษตรกรคนอื่น ๆ ถูกหลอกเสียเงินทองแบบที่เกิดขึ้น ว่าที่ร้อยตรีหญิงกนกวรรณ  ภูขยัน   กล่าวว่า  มีความสนใจที่จะเลี้ยงสุกรเพื่อเป็นรายได้เสริม โดยได้ลงทุนโรงเรือนหมูเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล แหล่งหมูจากโซเชียล และไปแจ้งทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอสหัสขันธ์ ว่าจะเลี้ยงสุกร ก็ได้คำแนะนำ มากพอสมควร จนกระทั่งสุกร 50 ตัว มาส่งแต่เช้าตรู่จัดการเอาเข้าคอกในโรงเรือนที่ทำไว้  จ่ายเงินไป 84,000 บาท  และสั่งซื้อหัวอาหารไว้อีก ทั้งหมดก็ร่วมแสนบาท  เป็นเงินเก็บออม   เลี้ยงไปได้เพียง 5 วัน ลูกสุกรก็เริ่มป่วย และตาย วันละตัว ๆ โดยสุกรจะมีอาการไอ ตามตัวมีจุดเขียวช้ำ จ้ำแดง มีแผลที่หัวนม มีอาการชักเกร็ง ก่อนจะตาย ซึ่งแรก ๆ ก็ฝังกลบ  เพราะรักษาไม่หาย เมื่อติดต่อไปถึงแม่ค้าที่เอาหมูมาขายให้ก็บอกให้เอายาตัวนั้นตัวนี้มาฉีด ก็ทำตามแต่ก็ยังตายอยู่  บอกว่ารับประกัน 7 วัน ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
© สงวนลิขสิทธิ์ สำนักข่าวเสียงภูพาน สนใจนำบทความไปเผยแพร่ ติดต่อ โทร.084-5904691