ข่าวด่วน ข่าวอาชญากรรม

สืบเมืองน้ำดำจับโจร สายเปย์ ตะเวนฉกกระเป๋าหาเงินเสพยาซื้อเหล้าเลี้ยงหญิงบ

ชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์แกะรอยกล้องวงจรปิดตามรวบหนุ่ม […]

วงจรปิด จับภาพสาวฉกกระเป๋า ขโมยรถจยย.คาดคนเดียวกันที่ขโมยแบตเตอรี่

เตือนภัยสาวแอบออกอุบายหลอกยาย วงจรปิดจับภาพ ก่อนขโมยแบตเตอรี่รถสิบล้อ

ชาวบ้านผงะพบรถกระบะโผล่ก้นคลองน้ำสงสัยโจรกรรมอำพราง

ตำรวจนาคู คุมตัวโจรลุยเดี่ยว ควงอีโต้ทำแผนจี้ร้านสะดวกซื้อและร้านทอง

ข่าวการเมือง ข่าวอัพเดทรายวัน

สมัครเลือกตั้งนายก-สมาชิกอบต.วันแรกคึกคัก แชมป์เก่าตบเท้าเข้าสมัคร

บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งนายก-สมาชิกอบต.71 แห่งใน 18 […]

รมช.มนัญญา เกษตรติดตามสถานการณ์น้ำชีรับฟังปัญหาด้านการเกษตร

“มนัญญา” รมช.เกษตรมอบวัคซีนเร่งฉีดสกัดโรคลัมปีสกินช่วยเกษตรกร

ข่าวการเมือง

วิรัช พิมพะนิตย์ มอบแว่นตาเชิญชวนผู้สูงอายุฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะลงพื้นที่จ […]

ส.ส.ประเสริฐ บุญเรือง เร่งช่วยประชาชนถูกพายุพัดบ้านพังเสียหาย

นายกตำบลคำเหมือดแก้ว รับไม้มหาดไทยเร่งช่วยเหลือป้องกันแก้ไขโรคลัมปี สกิน

“เย็บจักร ปักมือ” ต่อยอดผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้าแฮนด์เมด สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมกับ กศน.ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ “เย็บจักร ปักมือ” ต่อยอดผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้า ร่มแพรวากาฬสินธุ์ เป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าหลากหลายรูปแบบ เพิ่มทางเลือกและช่องทางการตลาด สร้างอาชีพ และรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน https://www.youtube.com/watch?v=aVLlLr-ZQuA ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ผศ.กฤษณ์ ขุนลึก และนิสิต นักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมกับนางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ นางดรุณี โกมาร  ครู กศน.ต.แจนแลน นายพิสมัย สีน้อยขาว ครู กศน.ตำบลสามขา นายวุฒิภัทร นนทะมาตย์  ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนและบุคลากร เจ้าหน้าที่ จัดอบรมแปรรูปผ้าขาวม้า เป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋ารูปแบบต่างๆ โดยมีนางเกสร เพิ่มขึ้น  ประธานกลุ่มร่มผ้าขาวม้าแจนแลน และสมาชิกกลุ่มทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน เยาวชน ร่วมเข้ารับการอบรม โดยทุกคนที่เข้าร่วมอบรม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ผศ.กฤษณ์ ขุนลึก และนิสิต นักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกับนิสิต นักศึกษา ตลอดชนประชาชน ที่เป็นผู้ปกครองในหลายๆด้าน เป็นอุปสรรคในการเข้ารับการศึกษาและหางานทำ ทำให้เสียโอกาสในการประกอบอาชีพ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จึงได้จัดโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมขึ้น โดยร่วมกับศูนย์บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ จัดโครงการดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ ได้นำนิสิต นักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ ร่วมกับครู กศน.เป็นวิทยากร เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพให้กับนักเรียน กศน. ตลอดจนแม่บ้าน ประชาชน เยาวชน ที่สนใจเข้ารับการอบรม                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           ผศ.กฤษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ กศน.ต.แจนแลน ได้ริเริ่มกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ ด้วยโครงการ “เย็บจักร ปักมือ” โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านเป็นอย่างดี คือผลิตภัณฑ์ “ร่มผ้าขาวม้า ร่มแพรวากาฬสินธุ์” ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ชาวนาโอด ข้าวเหนียวเขาวงราคาตกต่ำสุดในรอบ 20 ปีขายขาดทุนยับ

ชาวนาในอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ และหลายอำเภอที่ปลูกข้าวเหนียวเขาวง ซึ่งเป็นสุดยอดข้าวเหนียวหอมนุ่มอร่อยของเมืองน้ำดำกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงสีต่างจังหวัดไม่มารับซื้อ ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกนาปีเหลือเพียงกิโลกรัม 7 บาท ขายขาดทุนยับ ตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ต้นทุนการผลิตสูง ทั้งค่าแรงเก็บเกี่ยว และค่าปุ๋ย เผยฤดูกาลเก็บเกี่ยวนี้มีแนวโน้มลดลงอีกเหลือกิโลกรัมละ 5 บาท ราคาถูกกว่าบะหมี่สำเร็จรูป วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ปลูกและผลิตข้าวเหนียวเขาวง ซึ่งเป็นข้าวที่ขึ้นชื่อของ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากมีความหอม นุ่ม เมล็ดโต และปลูกได้เป็นบ้างพื้นที่เท่านั้น ต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาราคาข้าวเปลือกเขาวงนาปีที่กำลังตกต่ำ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้พ่อค้า แม่ค้าคนกลาง และโรงสีต่างจังหวัดไม่มารับซื้อเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา และมีข้าวนอกพื้นที่มาตีตลาด ส่งผลให้ล่าสุดราคารับซื้อข้าวเปลือกอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 บาท หรือตันละ 7,000 บาท จากปกติหลายปีที่ผ่านมาราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 10-12 บาท หรือตันละ 10,000-12,000 บาท ราคาต่ำสุดในรอบ 20 ปี ทำให้เกษตรกรขายข้าวขาดทุนยับ นอกจากนี้เกษตรกรยังระบุว่า ราคาข้าวเปลือกข้าวเหนียวเขาวงในฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่กำลังจะมาถึงนี้ยังมีแนวโน้มลดลงอีกเหลือกิโลกรัมละ 5 บาท หรือตันละ 5,000 บาท จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ    นางเสียงพิณ  ระม้ายศรี  อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่13 บ้านโนนเจริญ  ต.กุดสิมคุ้มใหม่  อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์   กล่าวว่า ราคาข้าวเปลือกข้าวเหนียวเขาวงนาปีในปีนี้ตกต่ำเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ตัวเองทำนามาก็ไม่เคยเห็นราคาข้าวนาปีตกต่ำขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเป็นข้าวเหนียวเขาวง ซึ่งเป็นข้าวที่ขึ้นชื่อของ จ.กาฬสินธุ์แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะราคาต่ำสุดในรอบ 20-30 ปี เนื่องจากราคาข้าวเปลือกในแต่ละปีจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 10-12 บาท แต่ในปีนี้กลับมีราคาเพียงกิโลกรัมละ 7 บาท ยิ่งเป็นข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะทราบว่าพ่อค้าคนกลางรับซื้อเพียงแค่กิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น ราคาถูกกว่าบะหมี่สำเร็จรูปอีก ทั้งนี้หลายคนมองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ข้าวไม่สามารถส่งไปขายได้ตามปกติ

กศน.แจนแลนรวมกลุ่มแม่บ้านผลิตร่มผ้าขาวม้า ผ้าแพรวางานแฮนด์เมดสร้างรายได้เดือนละแสน

กศน.ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน นักเรียน กศน.แปรรูปผ้าขาวม้าเป็น “ร่มผ้าขาวม้า และร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” ผลิตภัณฑ์ร่มกันฝน กันแดด สุดยอดไอเดียงานแฮนด์เมดขายดี พร้อมพัฒนายกระดับสู่สินค้าพรีเมี่ยม สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ยั่งยืน รายได้เข้ากลุ่มเดือนละ 1 แสนบาท ล่าสุดได้รับรางวัล Onie Brand กศน.จากกระทรวงศึกษาธิการ https://www.youtube.com/watch?v=kURfXWRnyMs เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ นางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ นางดรุณี โกมาร  ครู กศน.ต.แจนแลน และบุคลากร เจ้าหน้าที่ จัดอบรมกลุ่มแม่บ้าน และสาธิตในการแปรรูปผ้าขาวม้าและผ้าลายแพรวา เป็น “ร่มผ้าขาวม้า และร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” สำหรับกันแดด กันฝน โดยมีนางเกสร เพิ่มขึ้น  ประธานกลุ่มร่มผ้าขาวม้าแจนแลน และสมาชิกกลุ่มทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน เยาวชน ร่วมเข้ารับการอบรม โดยทุกคนที่เข้าร่วมอบรม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด นางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ กล่าวว่า ภารกิจของ กศน.ที่นอกจากจะให้ความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียน กศน. ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงในชีวิตแล้ว  สิ่งที่ดำเนินการภารกิจควบคู่กัน คือการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน อย่างเช่น การอบรมกลุ่มแม่บ้านและนักเรียน กศน.แปรรูปผ้าขาวม้าเป็นร่มกันฝนกันแดด โดยใช้ผ้าขาวม้าที่ทอจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม และฝ้ายประดิษฐ์ มาตัดเย็บ ให้เข้ารูปกับร่มสำเร็จรูป ที่ซื้อจากท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค เป็นผลิตภัณฑ์ร่ม ภายใต้ชื่อ “ร่มผ้าขาวม้า ร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” โดยดำเนินการมาประมาณ 1 ปี ได้รับการตอบรับดีมาก นางพานธิวากล่าวอีกว่า จากผลตอบรับทั้งในส่วนของแม่บ้าน นักเรียน กศน.ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาการว่างงาน  โดยเฉพาะในช่วงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้าและร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์ เดิมจำหน่ายในชุมชน ต่อมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงเปิดช่องทางขายออนไลน์

ลุงปิ๊งไอเดียนำว่าวนกอินทรีขายคู่กับโรตีสายไหมสู้ชีวิตเลี้ยงครอบครัว

พบลุงวัย 62 ปี ปักหลักขายว่าวนกอินทรีและโรตีสายไหม ที่ริมคลองชลประทาน ก่อนเข้าเมืองกาฬสินธุ์  ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เผยอดีตมาช่วยญาติรับซื้อของเก่า แต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ธุรกิจซบเซา จึงเกิดไอเดียนำว่าวนกอินทรีและเหยี่ยวมาขาย โดยขายคู่กับโรตีสายไหมเลี้ยงครอบครัว ระบุรายได้เริ่มดีขึ้นวันละ 500-600 บาท https://www.youtube.com/watch?v=2GsMUGx0Oto เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ช่วงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีการปรับตัวตามสถานการณ์ เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว โดยไม่จำเป็นต้องเลือกงาน ขอให้เป็นอาชีพสุจริต และเกิดรายได้เข้าครัวเรือน ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พบกับชายวัย 62 ปี ตั้งเพิงขายว่าวนกอินทรีและเหยี่ยว พร้อมขายโรตีสายไหม ริมคลองฮีโร่ บ้านทุ่งสว่าง ซึ่งเป็นทางเข้าเมืองกาฬสินธุ์ อยู่ในเขต ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ สอบถามทราบชื่อนายวิทยา เจริญศรี อายุ 62 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 บ้านโนนเมือง ต.โนนข่า อ.พล จ.ขอนแก่น สาเหตุที่มาปักหลักตั้งเพิงขายว่าวนกอินทรี ว่าวเหยี่ยวและโรตีสายไหมนั้น นายวิทยาเผยว่าเดิมมาช่วยญาติทำธุรกิจรับซื้อของเก่าที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยทำมาประมาณ 10 ปี แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจค้าขายของเก่าซบเซา การเดินทางและบรรยากาศการค้าขายหยุดการเคลื่อนไหว มีเวลาว่างมากขึ้น จึงคิดหาแนวทางที่จะหารายได้เลี้ยงครอบครัว นายวิทยากล่าวว่า จากที่สังเกตเห็นชาวบ้านละแวกนี้ทำนาปีละ 2 ครั้ง คือนาปีและนาปรัง บางคนเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ซึ่งจะมีศัตรูรบกวน เช่น ศัตรูข้าวคือนกพิราบ และนกต่างๆที่กินเมล็ดข้าวเป็นอาหาร ขณะที่ศัตรูกุ้งก้ามกรามก็จะเป็นพวกคือนกเป็ดน้ำ และนกกระยาง จึงเกิดไอเดียที่จะนำหุ่นหรือนกอินทรีและเหยี่ยวมาขายให้กับชาวนาและผู้เลี้ยงกุ้ง เพื่อนำไล่ศัตรูข้าวและศัตรูกุ้งก้ามกราม นายวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนั้นจึงตรวจสอบหาแหล่งที่ผลิตและจำหน่ายว่าวไล่นก ที่คุณภาพดี ราคาถูก ทางเฟซบุ๊กและออนไลน์ ซึ่งสั่งมาขายในราคาตัวละ 150 บาท นอกจากนี้ญาติยังแนะนำให้นำโรตีสายไหม มาขายควบคู่กัน  เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้า และเป็นรายได้เสริมอีกด้วย โดยโรตีสายไหมจะขายชุดละ 30-50 บาท ทั้งนี้ หากลูกค้าซื้อทั่งว่าวไล่นกและไรตีสายไหม ก็จะลดราคาให้ ถือว่าเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้า เพราะเห็นใจลูกค้าที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ซึ่งบรรยากาศการขายว่าวไล่นกและโรตีสายไหม กำลังเป็นที่ติดตลาด

“ออนซอนโคกหนองนาโมเดล” พัฒนาชุมชนกาฬสินธุ์นำสื่อมวลชนทัวร์ “โคกหนองนาโมเดล”

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ นำสื่อมวลชนทัวร์ “ออนซอนโคกหนองนาโมเดล”ติดตามความสำเร็จโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคกหนองนาโมเดล” ของเกษตรกรตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพลิกผืนนาเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างอาชีพ รายได้ ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง อย่างยั่งยืน https://www.youtube.com/watch?v=B0EmZ9Pe4iQ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง บ้านหนองโจด หมู่ 10 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย  จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย นายมีชัย นาใจดี หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน และนางอุไลย์ ทบวัน เจ้าของศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน จิตอาสา เกษตรกร และสื่อมวลชนร่วมกันเปิดป้ายศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน กรมพัฒนาชุมชน ภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 จากนั้น นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางอุไลย์ ทบวัน เจ้าของศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง นำผู้ร่วมงาน และสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมความสำเร็จของศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ฯ พื้นที่จำนวน 5 ไร่ และลงพื้นที่ติดตามความสำเร็จของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคกหนองนาโมเดล” พื้นที่จำนวน 15 ไร่ หลังมีปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการทำนาเชิงเดี่ยว เป็นการเกษตรที่หลากหลาย 3 เดือนสามารถเก็บผลผลิตจำหน่าย และมีรายได้เข้าครัวเรือน นางอุไลย์ ทบวัน อายุ 48 ปี เจ้าของศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง และเกษตรกรต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการโคกหนองนาโมเดล พื้นที่จำนวน 15 ไร่ กล่าวว่า แต่เดิมใช้พื้นที่บริเวณที่นาหลังบ้าน จัดเป็นสวนครัว เน้นเกษตรอินทรีย์ โดยเข้ารับการอบรมเสริมทักษะและองค์ความรู้จากสำนักงานเกษตร มีการพัฒนาต่อยอดเป็นเกษตรผสมผสาน เช่น ปลูกข้าว พืชผักสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา ใช้เวลาประมาณ 7 ปี กิจกรรมในสวนเป็นรูปธรรม ประสบความสำเร็จ มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตเสริมเข้ามาในครัวเรือน ต่อมามีการพัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง เป็นศูนย์เครือข่ายเกษตรทฤษฎีใหม่

“ปราชญ์สุขภาพเขาวง” เพาะเห็ดระโงกป่า บนคันนาทำเกษตรผสมผสานรายได้งาม

สองสามีภรรยาชาวอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าของศูนย์“ปราชญ์สุขภาพเขาวง” เพาะเห็ดระโงกป่าบนคันนา และทำเกษตรผสมผสานสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเดือนละกว่าครึ่งแสน พร้อมแบ่งบันเพื่อนบ้านเปิดให้เข้าศึกษาเรียนรู้ https://www.youtube.com/watch?v=-9ntw2ffn08                 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง “ปราชญ์สุขภาพเขาวง” อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยได้พบกับนายพงษ์ศักดิ์  นวลบัตร อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 344  หมู่ที่ 8 ต.กุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง"ปราชญ์สุขภาพอำเภอเขาวง" และนางวัลญารัตน์ นวลบัตร อายุ 50 ปี ภรรยา ซึ่งทั้งสองคนได้เพาะเห็ดระโงกป่าบนคันนา ผลิตเชื้อเห็ดขาย และทำเกษตรกรผสมผสานสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี และแบ่งปันให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นศูนย์เรียนรู้ตัวอย่างให้กับเกษตรกรนำไปปฏิบัติตาม โดยวันนี้ทั้งสองคน พร้อมลูกหลานกำลังเก็บเห็ดระโงกป่าตามคันนาที่ได้เพาะไว้ เพื่อนำไปประกอบอาหารและนำไปจำหน่ายตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง รวมถึงการนำเห็ดระโงกที่กำลังเติบโตเต็มที่มาแปรรูปเป็นหัวเชื่อเห็ดระโงก เพื่อจำหน่ายและแบ่งปันให้กับเกษตรกรนำไปขยายต่อในพื้นที่นาขายสร้างรายได้ โดยนายพงษ์ศักดิ์ กล่าว่า ในปัจจุบันเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการอาหารโลกคือ โปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์ หรือที่เรียกว่า Plant based Food ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวอีกในอนาคต เนื่องจากการอุตสาหกรรมปศุสัตว์เป็นตัวการสำคัญที่สร้างผลกะทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ทางเลือกอื่นนอกจากเนื้อสัตว์จริงๆ กลายมาเป็นที่นิยมขึ้นมา โดยเฉพาะเห็ด ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารโปรตีนสูงทดแทนเนื้อสัตว์ อีกทั้งเห็ดก็มีต้นทุนในการผลิตต่ำ และมีรสชาติมากกว่าพืชชนิดอื่น จึงทำให้เห็ดเป็นที่น่าจับตามองในวงการเกษตรทั่วโลก นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงเริ่มศึกษาหาความรู้ในเรื่องของเห็ดระโงก โดยศึกษาหาข้อมูลจากคนเฒ่าคนแก่ที่มีประสบการณ์ในการหาเห็ดบนภูเขาว่าเห็ดชนิดต่างๆเกิดขึ้นใต้ต้นไม้มีเห็ดชนิดไหนบ้าง ก่อนที่ตนมีความสนใจเกี่ยวกับเห็ดระโงกป่า จึงมีความคิดว่าทำอย่างไรเราจะยกเอาเห็ดป่ามาไว้ในที่นาของเราได้ จากความคิดนี้จึงเริ่มลงมือหาความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน และจากที่เคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าเห็ดระโงกมักจะเกิดบริเวณใต้ต้นกะบากและต้นยางนา จากนั้นจึงนำเอาต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้มาทดลองปลูกแล้วใช้น้ำหัวเชื้อเห็ดระโงกที่ทำขึ้นเอง ทดลองรดไปใต้ต้นกะบากและต้นยางนา นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากได้ทดลองปลูกไม้กะบากและไม้ยางนา ประกอบกับได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับสถาบันจัดการความรู้เกษตรกรรมยั่งยืนภาคอีสาน และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จึงทำให้มีโอการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรเครือข่าย จึงได้นำความรู้ที่ได้มาเพาะเห็ดระโงกในที่นาของตนเอง ซึ่งได้เริ่มทำการเพาะเลี้ยงมาตั้งแต่ปี2552 โดยมีการปรับที่นาในพื้นที่ทั้งหมด 17 ไร่ให้มีคันนาที่ใหญ่กว้างขึ้น เพื่อนำไม้ป่ามาปลูก เน้นไม้กะบากกับยางนาง ทำการรดเชื้อเห็ดระโงก ก่อนที่จะนำไปปลูก ส่วนเชื้อเห็ดระโงกนั้น ก็จะเป็นน้ำเชื้อที่ตนผลิตขึ้นเอง โดยการนำเห็ดระโงกที่โตเต็มที่ แต่ไม่ใช่เห็ดแก่มาปั่นกับน้ำฝนและน้ำจุลินทรีย์จาวปลวก นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันต้นไม้กะบากและยางนาที่ปลูกไว้เริ่มเจริญเติบโตพอสมควร ปรากฏว่า เริ่มมีผลผลิตเห็ดระโงกออกมา ใต้ต้นกะบากและยางนาที่ปลูกไว้ตามคันนา และมีผลผลิตออกมาเรื่อยๆ จึงเก็บไปทำอาหาร และส่งขายกิโลกรัมละ 400 บาท รวมทั้งผลิตน้ำหัวเชื้อเห็ดระโงกขายขวดละ 200
© สงวนลิขสิทธิ์ สำนักข่าวเสียงภูพาน สนใจนำบทความไปเผยแพร่ ติดต่อ โทร.084-5904691