รวบโจรแสบตะเวนลักทรัพย์งัดเบาะรถจยย. คนรักสุขภาพสนามกีฬากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

ข่าวด่วน ข่าวอาชญากรรม

คดีไม่คืบ สองพ่อลูกแจ้งจับลุงควงขวานบุกบ้านจามไม่ยั้งเจ็บสาหัสเชื่อเหตุชิงมรดก

ข่าวด่วน ข่าวอาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์รวบ แก๊งคนร้ายก่อเหตุแฮกไลน์และเฟสบุ๊คข้าราชการระดับสูงมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท

ข่าวอาชญากรรม

ตำรวจขอนแก่นรวบผู้ต้องหาตระเวนลักทรัพย์ 2 ราย หลังก่อเหตุลักทรัพย์กระเป๋าแบรนด์เนมมูลค่ากว่า 6 แสน

ข่าวอาชญากรรม
ข่าวด่วน ข่าวอาชญากรรม

รวบโจรแสบตะเวนลักทรัพย์งัดเบาะรถจยย. คนรักสุขภาพสนามกีฬากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ตามจับหนุ่มใหญ่วัย 34 ป […]

คดีไม่คืบ สองพ่อลูกแจ้งจับลุงควงขวานบุกบ้านจามไม่ยั้งเจ็บสาหัสเชื่อเหตุชิงมรดก

ตร.ไซเบอร์รวบ แก๊งคนร้ายก่อเหตุแฮกไลน์และเฟสบุ๊คข้าราชการระดับสูงมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท

ตำรวจขอนแก่นรวบผู้ต้องหาตระเวนลักทรัพย์ 2 ราย หลังก่อเหตุลักทรัพย์กระเป๋าแบรนด์เนมมูลค่ากว่า 6 แสน

ด่วน ! จ่าสิบเอก หึงหวงตามง้อเมียไม่สำเร็จ จ่อ 3 นัดตายคาที่ ยิงขมับตัวเองตายตามกัน

ข่าวการเมือง

สมัครนายกอบจ.กาฬสินธุ์วันแรกไข่มุกพร้อมเดินหน้าพัฒนาเมืองน้ำดำ

บรรยากาศรับสมัครนายกอบจ.กาฬสินธุ์วันแรก “ไข่มุก เ […]

จังหวัดกาฬสินธุ์เดินหน้าแก้จน พร้อมลุย 6 มิติพัฒนาคนทุกช่วงวัย

เตรียมการเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.กาฬสินธุ์

ข่าวการเมือง

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาใบเหลืองนายก อบจ.กาฬสินธุ์

ใบเหลือง “ชานุวัฒน์ วรามิตร” ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้ […]

พรรคสร้างอนาคตไทย ลุยอีสานชูปลดหนี้อาสาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

ุไม่ทน ! “สิริพงศ์” อัดแคมเปญหาเสียงเพื่อไทย “ตีงู ไล่หนู” ไม่สร้างสรรค์

เกษตรต้นแบบคิด สูตรสำเร็จเครียดเบื่อขุดไร่นาสวนผสมเอาชนะความแห้งแล้ง

พบเกษตรกรต้นแบบ พลิกผืนดินที่ทำกินจากนาข้าวตายแล้งซ้ำซาก  สู่การแก้ปัญหาครบวงจรด้วยไร่นาสวนผสม มีรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้หมุนเวียนตลอดปี เผยสูตรสำเร็จ เครียด เบื่อ ขุด เอาชนะความแห้งแล้งซ้ำซาก https://www.youtube.com/watch?v=q84CACdL594 วันที่ 26 มิ.ย. 2565  นายพงษ์ศักดิ์  ชินคีรี  เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นางอรนุช  เกษสัญชัย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  นายพนมกร  เวชกามา  นักวิชาการเกษตร นางสาววิรัตน์  จิตรจักร  เกษตรอำเภอกุฉินารายณ์  นำคณะสื่อมวลชนลงแปลงไร่นาสวนผสมของนายลำไพ  ขจรโมทย์  เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพไร่นาสวนผสม  ประจำปี 2565 เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกษตรกรต้นแบบที่พึ่งพาตนเองมีรายได้ตลอดทั้งปี ด้วยการใช้ทักษะและภูมิปัญญาท้องถิ่น  โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแล้งซ้ำซาก นางอรนุช เกษสัญชัย  กล่าวว่า  ในโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร  ของสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ และเกษตรอำเภอใน 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์  โดยเฉพาะเกษตรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านพืชสวน พืชไร่ และสูตรการปลูกพืชให้เกิดรายได้ตลอดปี  ซึ่งเกษตรกรพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจด้านการเกษตร  รวมถึงการเปิดกว้างในการเป็นศูนย์เรียนรู้ในอนาคต  สำหรับเกษตรกรรายนายลำไพ  ขจรโมทย์  นับว่าเป็นต้นแบบของเกษตรกรที่ไม่ยอมแพ้ต่อภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาแล้งซ้ำซากที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี  จากเดิมที่ปลูกข้าวได้ปีละครั้งเพราะเป็นที่นาโคก  ก็สามารถปรับเปลี่ยนปีนาปรังได้  ปลูกสวนผลไม้ ปลูกกล้วยหอม ขายใบตอง  และพืชผักสวนครัว  มีรายได้ตลอดทั้งปี  สำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  อยากให้ประชาชนได้เข้าถึงการเรียนรู้วิถีเกษตรที่สามารถจับต้องได้  ทำได้จริง  ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการมีอาชีพอิสระลงมือทำด้วยตนเอง  ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถไปขอความรู้ หรือสอบถามรายละเอียดข้อมูลกับสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านได้                 ด้านนายลำไพ  ขจรโมทย์  กล่าวว่า  มีพื้นที่ทำกิน 16 ไร่ เดิมเป็นนาข้าวทั้งหมด  แต่ปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง  หน้าแล้งก็แล้งไม่มีน้ำเลย พอถึงหน้าฝนน้ำไหลหลากก็ได้รับผลกระทบอีก  เป็นแบบนี้ซ้ำซากมาก จนกระทั่งมาลองศึกษาและเปลี่ยนแนวคิดจากการเริ่มศึกษาดูงานกับสำนักงานเกษตรอำเภอกุฉินารายณ์  ไปดูจุดนั้นจุดนี้หาข้อเปรียบเทียบกับของที่เรามี จนกระทั่งนำสู่การปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของครอบครัว  จากที่นานำมาแบ่งสัดส่วนตามหลักไร่นาสวนผสม เป็นพื้นที่ทำนาปี นาปรัง 6 ไร่  ปลูกไผ่  1 ไร่  กล้วยน้ำหว้า กล้วยหอมทอง และฝรั่ง 5 ไร่ และอีก 4 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยและคอกวัว  ภายในสวนเริ่มขุดสระน้ำ ขุดยกร่องในสวน

เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดสวนเงาะพร้อมออกตลาดกว่า 20 ตัน

เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  เปิดสวนผลไม้สุดารัตน์  ชูช้าง  บ้านหนองฟ้าเลื่อน  ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์  เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกไม้ผล ปี 2565  จากที่นาน้ำท่วมเป็นสวนผสมผสานอุดมสมบูรณ์ผลไม้นานาชนิด กล้วย ทุเรียน มะละกอ และเงาะ  นำน้ำจากลำพะยังหล่อเลี้ยงไม้สวนกว่า 23 ไร่ ตลอดปี https://www.youtube.com/watch?v=JuBCI-HRyF8 เมื่อวันที่ 25มิ.ย. 65  ที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 9 บ้านหนองฟ้าเลื่อน  ตำบลแจนแลน  อำเภอกุฉินารายณ์  จังหวัดกาฬสินธุ์  นายพงษ์ศักดิ์  ชินคีรี  เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์  มอบหมายให้นางสาวอรนุช เกษสัญชัย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ และนายพนมกร เวชกามา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ  ออกเยี่ยมเกษตรกรดีเด่น สาชาอาชีพปลูกไม้ผล ปี 2565  รายเกษตรกรนางสุดารัตน์ ชูช้าง  ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกไม้สวนผสมผสานหลากหลายชนิด  และในปีนี้มีผลผลิตคุณภาพพร้อมออกสู่ตลาด  โดยเฉพาะเงาะ พันธุ์นาสานหรือสีทองใต้ และเงาะโรงเรียน กว่า 20 ตัน โดยมีนางสาววิรัตน์  จิตจักร  เกษตรอำเภอกุฉินารายณ์  นำคณะเยี่ยมชมสวนชิมเงาะสด ๆ จากต้นซึ่งมีรสชาดอร่อย  มหวาน กรอบ เนื้อร่อน ที่สำคัญผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP เรียบร้อย นางสุดารัตน์  ชูช้าง เกษตรกรสวนผลไม้  กล่าวว่า  ไปใช้ชีวิตมีครอบครัว ที่จ.จันทบุรี  นานกว่า 10 ปี  เรียนรู้การปลูกไม้ผลประเภทต่าง ๆ จนพ่อได้นำเอาต้นเงาะมาปลูกไว้ที่ปลายนา  ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกระทั่งเงาะออกดอกออกผล  ได้กินในครัวเรือน  จึงคิดว่ากาฬสินธุ์บ้านเราน่าจะปลูกผลไม้เหมือนทางจันทบุรี ได้ จึงเริ่มต้นวางแผนปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นนาข้าวเนื้อที่ 23 ไร่ ตามสภาพเดินของการทำนา  ถ้าปีไหนน้ำไม่ท่วมก็แล้งข้าวตาย  จุดนี้เป็นน้ำท่วมนาข้าวทุกปีเพราะติดกับคลองส่งน้ำลำพะยัง  ขายข้าวก็ไม่ได้กำไรขาดทุนทุกปี  แม้ว่าจะปลูกไม้สวนก็ยังเจอปัญหาน้ำท่วมต้นไม้เน่าเสียหาย แต่ยังหาวิธีแก้ปัญหาได้  จึงคิดว่าปลูกไม้สวนมีความมั่นคงกว่า  จึงได้เริ่มลงมือปลูกอย่างไม่ลังเล “พื้นที่ 23 ไร่  ได้แบ่งเป็นที่นา 1 ไร่ 1 งาน  ปลูกเงาะ 11

กระแสไม้ด่างสุดปังแรงต่อเนื่อง ส่งขายออนไลน์สร้างรายได้งาม

พบสาวชาวเมืองน้ำดำวัย 39 ปี โหนกระแส “ไม้ด่าง” ฟีเวอร์ ผุด “สวนเป็นสุข” เป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ด่าง สายพันธุ์แปลก สร้างความแตกต่าง สุดปัง ไม่ซ้ำใคร เอาใจคนรักพันธุ์ไม้ ในราคาจับต้องได้ แม้ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง ออร์เดอร์เข้ามารัวๆ เปิดขายออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์             วันที่ 22 มิ.ย.65 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิด-19 พบว่าได้เกิดอาชีพเพาะพันธุ์ “ไม้ด่าง” จำหน่าย  สร้างรายได้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ “สวนเป็นสุข”  ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์โดยมี น.ส.ณธิณิฐ ล่ำสัน อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของสวน ถึงกับต้องขยายพื้นที่สวนข้างบ้านเพิ่มอีกเกือบ 1 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ที่สนใจพันธุ์ไม้ด่าง ที่มาแวะชม เลือกซื้อ สร้างรายได้อย่างงาม สวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูงอย่างน่าทึ่ง ทั้งนี้ได้เปิดเพจเป็นช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ ทำให้เจาะถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบ “ไม้ด่าง” ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ             ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ พบ น.ส.ณธิณิฐ เจ้าของสวน ซึ่งกำลังคัดเลือกและบรรจุ “ไม้ด่าง” หลายสายพันธุ์ เพื่อบรรจุภัณฑ์ส่งลูกค้าตามออร์เดอร์ ที่อินบ๊อกเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย           น.ส.ณธิณิฐกล่าวว่า กระแสความนิยมไม้ด่าง ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ประดับ ได้กลับมาฟีเวอร์อีกครั้ง หลังเกิดสถานการณ์แพร่บาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประมาณปี 2563 สำหรับตนนั้น เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน เคยเลี้ยงและสะสมไม้ด่างด้วยความชอบและเก็บสะสมมาเรื่อย โดยมีสวนหลักอยู่ที่แฟมมิลี่ ฟาร์ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งน้องชายเป็นผู้ดูแล ในส่วนของ “สวนเป็นสุข” ที่นี่ เดิมเป็นสวนเล็กๆข้างบ้าน เอาไว้เดินชมเวลาว่างจากงานประจำ  จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หายเหนื่อย และเพิ่มกำลังใจ  จึงนำต้นไม้ที่แปลก หายาก มาปลูกเพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร           น.ส.ณธิณิฐกล่าวอีกว่า ต่อมาไม้ประดับประเภทไม้ด่าง สายพันธุ์ต่างๆ ได้รับความนิยม และมีผู้คนสนใจเข้ามาขอซื้อขอแบ่งปัน  จึงได้ขยายพันธุ์ ทั้งเอาไว้แบ่งปันและจำหน่ายให้กับผู้คนที่สนใจ  ทำให้เกิดรายได้เข้ามา และพัฒนาต่อยอดเป็นอีกอาชีพ ต่อมาจึงขยายสวนจากข้างบ้าน เป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

สวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์ลุงโช ขานรับเปิดเมืองเที่ยว

สวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  ขานรับนโยบายเปิดเมืองท่องเที่ยวผู้ว่าฯเมืองน้ำดำ  หลังพิษโควิดคลี่คลาย  จัดโปรโมชั่นพิเศษ กิน นอน เที่ยว และชมสวนเกษตรเนื้อที่กว่า 50 ไร่ อาหารพื้นบ้านเมนูอร่อยยังคงราคาเดิม https://www.youtube.com/watch?v=YdkpOUwHv9Q เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19  เริ่มคลี่คลายลง  ร้านอาหารหลายแห่งใน จ.กาฬสินธุ์  เริ่มปรับปรุงร้านค้าจุดบริการลูกค้า  เตรียมรับการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว ที่บรรยากาศน่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง  โดยเฉพาะร้านอาหารชั้นนำอย่างสวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  ของนายโชฏึก  คงสมของ  หรือลุงโช  สถานที่พัก ร้านอาหารอร่อยชื่อดังกลางป่าธรรมชาติ  ที่เงียบเหงามาเกือบ 3 ปี  ได้เตรียมความรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง  หลังสัญญาณดี ๆ จาก ศบค. ที่จะปรับพื้นที่สีเขียวทั้งประเทศ  เป็นอีกความหวังของผู้ประกอบการที่อยากให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฟื้นขึ้นโดยเร็ว นายโชฎึก  คงสมของ หรือลุงโช กล่าวว่า  3 ปี ที่ผ่านมาเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากหนักกว่าทุกๆ ครั้งที่เกิดสถานการณ์วิกฤต  แม้พิษโควิดกระทบเป็นวงกว้าง  ยาวนาน  ข้อดีก็ยังมีคือได้อยู่กับพื้นที่มากขึ้น  มีเวลาที่จะปรับปรุงห้องพัก โซนร้านอาหาร  ได้มีเวลาปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นไม้ผล สวนไผ่ และปลูกป่าเพิ่ม  จนกระทั่งตอนนี้ทำให้ภายในร้านสวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  บรรยากาศร่มรื่น  มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ มากมาย  รวมถึงการปรับปรุงห้องพัก  ร้านอาหาร  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งแม่ครัว เด็กเสิร์ฟ และคนงานในร้านมีการจ้างปกติ  ไม่ลดค่าแรง  แต่หน้าที่ปรับเปลี่ยนไป เพื่อช่วยพยุงร้านอาหารแห่งนี้ให้สวยงามสมบูรณ์แบบ เพื่อกลับมารับลูกค้าอีกครั้ง เจ้าของร้านอาหารชื่อดังกล่าวอีกว่า  นอกจากเมนูอาหารพื้นถิ่นอีสานรสชาติดั้งเดิม  ที่มีจำหน่ายในราคาปกติ  เมนูเด็ดทั้งลาบปลาตะเพียน  ทอดปลาเนื้ออ่อน  ต้มไก่บ้าน ซุปหน่อไม้ และอาหารตามฤดูกาลอย่างก้อยไข่มดแดง  พร้อมที่จะให้บริการลูกค้าเหมือนเดิม  ทั้งยังมีที่พักนอนเฮือนอีสานโบราณ ท่ามกลางป่าไม้ธรรมชาติที่ร่มรื่น ซึ่งในช่วงนี้หน่อไม้ออกเยอะมาก อยากให้นักท่องเที่ยวแวะมาเก็บหน่อไม้  ชมธรรมชาติในสวนกัน  ซึ่งห้องพักได้รีโนเวทใหม่ ให้ทันสมัยแต่เรียบง่าย มาได้ทั้งแบบหมู่คณะ รองรับ 40 คน งานจัดเลี้ยงได้มากกว่า 300 คน  รวมถึงการจัดประชุม อบรม และการสัมมนาต่าง ๆ ที่พร้อมบริการอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับสวนดอนธรรมเฮือนกาฬสินธุ์  เป็นร้านอาหารพื้นบ้านอีสาน  ตั้งอยู่ที่บ้านสะอาดใต้  ตำบลเหนือ  อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์ 

พิษน้ำมันแพง ตลาดกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ซบเซาหนักอีก

จากภาวะราคาน้ำมันแพง ได้ส่งผลกระทบกับอาชีพเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงแม้จะเปิดเมืองหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่ตลาดกุ้งก้ามกรามที่เคยคึกคักกลับยังซบเซาอีกครั้ง โดยพ่อค้าคนกลางและผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารระบุ เนื่องจากน้ำมันแพง ค่าขนส่งไม่คุ้มทุน กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ขณะที่ชาวนากุ้งหลายรายหาทางออก โดยจับกุ้งขึ้นรถเร่ขายตามหมู่บ้านราคาถูก เพื่อความอยู่รอดและลดความหนาแม่น ก่อนที่กุ้งก้ามกรามจะน็อคตาย https://www.youtube.com/watch?v=jhKeue6CPhU เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการจับกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์  ซึ่งมีแหล่งผลิตในเขตพื้นที่ ต.บัวบาน ต.เขาพระนอน ต.นาเชือก อ.ยางตลาด, ต.ลำพาน ต.ลำคลอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ และ ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก ทั้งนี้ เดิมบรรยากาศการจับกุ้งจำหน่ายเป็นไปด้วยความคึกคักตลอดปี หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 ดีขึ้น มีพ่อค้าคนกลางจากต่างจังหวัด รวมทั้งพ่อค้าคนกลางในพื้นที่ มารับซื้อกุ้งก้ามกรามจากเกษตรกรถึงที่ และมีการจับกุ้งจำหน่ายส่งให้กับลูกค้าทั่วภาคอีสาน ภาคกลางบางจังหวัด และ สปป.ลาว โดยราคาซื้อขายที่ปากบ่อ กิโลกรัมละ 250 บาท นำส่งลูกค้ากิโลกรัมละ 280-400 บาท ตามระยะทาง เนื่องจากต้องเติมน้ำมัน 2 ส่วน ทั้งน้ำมันรถยนต์และน้ำมันเครื่องทำออกซิเจนในถังกุ้งอีกด้วย แต่ล่าสุดสถานการณ์น้ำมันแพง ทำให้บรรยากาศการรับซื้อและขายกุ้งก้ามกรามกลับเงียบเงียบเหงาและซบเซาอีกครั้ง นายแก้ว ภูดอนนาง อายุ 66 ปี พ่อค้าคนกลางขายกุ้งก้ามกรามและเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม บ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การค้าขายกุ้งก้ามกรามในช่วงนี้ประสบปัญหามาก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี ทำให้แหล่งรับซื้อกุ้งสดทั่วไป เช่น ตลาดสด ร้านค้า ร้านอาหาร หรือจุดพักขายตามริมทาง ได้รับผลกระทบและเลิกกิจการไปหลายแห่ง ทั้งนี้ถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์โรคโควิด-19 จะผ่อนคลายและมีการเปิดเมือง เพื่อให้มีการค้าขายตามปกติ แต่ก็ประสบปัญหาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องกลับมาประสบปัญหาอีกรอบ บางรายถึงกับยอมลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ 200 บาท ก็ยังขายไม่ได้ เนื่องจากไม่มีตลาดรับซื้อ ประชาชนไม่มีเงินและขาดกำลังซื้อ ด้านนายปิยะ ลิขิตชีวิตตน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62

ชาวนากาฬสินธุ์พบทางรอดใช้ปุ๋ยสั่งตัดประหยัดต้นทุน50เปอร์เซ็นต์

ชาวนาในอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ชี้ทางรอดทำนาปีต้องใช้ปุ๋ยสั่งตัดบำรุงต้นข้าว ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีตามทั้งตลาดที่ราคาสูง ระบุสามารถลดต้นทุนทำนาลงอีก 50% ขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น 50% วอนรัฐบาลปรับเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือกและควบคุมราคาปุ๋ยเคมี เนื่องจากราคาสูงกว่าเดินเกือบเท่าตัว บางสูตรทะลุกระสอบละ 2,050 บาท ส่งผลให้บรรยากาศการทำนาเงียบเหงาไปมาก เนื่องจากชาวนาหมดกำลังใจที่จะทำนา https://www.youtube.com/watch?v=zs-dvZCQVok            เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพทำนาปี ของชาวนาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ทั้ง 18 อำเภอ หลังฝนตกลงมาต่อเนื่องและมีน้ำสำหรับทำนา โดยชาวนาที่มีความพร้อมด้านทุนการผลิต ทั้งค่าจ้างรถไถและเมล็ดพันธุ์ข้าว ต่างทยอยกันทำนากันแล้ว ขณะที่ชาวนาจำนวนมากอยู่ในอาการลังเล ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าปีนี้จะทำนาหรือไม่ เนื่องจากต้นทุนในการทำนาปีนี้สูงเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะค่ารถไถนา พบว่าปรับราคาค่าจ้างขึ้นจากเดิมไร่ละ 500-600 บาทเป็นไร่ละ 900 บาท และราคาปุ๋ยเคมี ที่เดิมราคากระสอบละ 700-1,2000 บาท พบว่าปีนี้เริ่มต้นที่ราคากระสอบละ 1,500 บาท บางสูตรกระสอบละ 1,850 หรือบางสูตรกระสอบละ 2,050 บาท             นายกิตติชัย ภูตีกา อายุ 54 ปี กรรมการศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน เขตเทศบาลตำบลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าบรรยากาศทั่วไปในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลทำนาปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา โดยมีสาเหตุจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ราคาขายข้าวเปลือกที่ตกต่ำเพียง ก.ก.ละ 6-8 บาท ราคาปุ๋ยเคมีที่แพงขึ้น รวมทั้งค่าจ้างรถไถปรับตัวสูงขึ้นมาก ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการจำหน่าย อ้างว่าเป็นผลสืบเนื่องจากราคาน้ำมันแพงและค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนการทำนาสูงขึ้น ขณะที่ราคาขายข้าวเปลือกยังตกต่ำ จึงประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก ต่อเนื่องตลอดปีทั้งการขายผลผลิตข้าวเปลือกนาปีและข้าวเปลือกนาปรัง            นายกิตติชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนของชาวนาที่เป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน เขตเทศบาลตำบลยางตลาด ประมาณ 50 ครอบครัว ซึ่งใช้ปุ๋ยสั่งตัดสำหรับบำรุงต้นข้าวนั้น ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากราคาขายข้าวเปลือกตกต่ำบ้าง  แต่ก็พอจะมีกำไรจากการขายข้าว เนื่องจากสมาชิกกลุ่มเราใช้ต้นทุนการทำนาที่ต่ำกว่าชาวนาทั่วไปถึง 50% และโดยเฉพาะคุณภาพของปุ๋ยสั่งตัด ที่เราได้จากการการวิเคราะห์ค่าดิน ยังเพิ่มผลผลิตได้มากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีถึง 50%  อีกด้วย            “การใช้ปุ๋ยสั่งตัดบำรุงต้นข้าวดังกล่าว กลุ่มเราดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 เริ่มจากเข้าร่วมโครงการพระดาบสสัญจร และดำเนินการตามผลงานวิจัยของศาสตราจารย์ ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์