เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 สิงหาคม 2568 ร.ต.อ.วิลาสินี อาษานาม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุ รถปิกอัพแหกโค้งตกลำห้วยธง บริเวณสะพานบ้านหนองหัวคู-โนนสะอาด ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย หลังจากได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.บ้านผือ กู้ชีพ อบต.หนองหัวคู กู้ชีพเทศบาลตำรบลเขือน้ำ อาสากู้ภัยสว่างเมธาธรรม จุดบ้านผือ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเป็นทางโค้ง มีร่องรอยเบรกรถ ก่อนรถจะพุ่งตกลงไปในลำห้วย พบเป็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีเม็กซ์ สีบรอน ทะเบียน ผค 8598 อุดรธานี จมอยู่ในลำห้วย สภาพด้านหน้าจม ท้ายรถโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเล็กน้อย ชาวบ้านที่พากันมามุงดูจำนวนมาก ก็ได้ช่วยกันลงไปทุบกระจกแค๊ปหลังด้านซ้ายออก ก่อนล้วงมือไปเปิดล็อคประตูด้านซ้ายออก พบคนขับอยู่ในรถ ทราบชื่อภายหลังว่านายบุญล้อม หอมหวล อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ 15 บ้านโนนสะอาด ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงได้ช่วยกันรีบนำร่างขึ้นมาบนฝั่ง โดยมีนางไพบูลย์ หอมหวน อายุ 55 ปี ภรรยาจับมือนายบุญล้อมร้องไห้ตลอดเวลา ตรวจสอบพบชีพจรอ่อน กดหน้าท้องมีน้ำไหลออก จึงได้ช่วยกันปั๊มหัวใจ และผายปอด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านผือ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายอิทธิศักดิ์ ธาตุไชย อายุ 55 ปี ผญบ.บ้านโนนสะอาด เปิดเผยว่า เมื่อเช้านี้ ได้เรียก อสม.มาฉีดพ่นยาฆ่ายุงในชุมชน ซึ่งนางไพบูลย์ ภรรยาผู้ตายก็เป็น อสม.ก็มาร่วมกิจกรรมด้วย ขณะกำลังจะถ่ายรูปหมู่เพื่อรายงานอำเภอ นายบุญล้อมผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกภรรยาว่า ขับรถปิกอัพจะไปซื้อกับข้าวที่ตลาดบ้านหนองหัวคู แต่ตกลำห้วยธง บริเวณสะพานจะเข้าบ้านหนองหัวคู และบอกภรรยาขณะนี้ออกจากรถมาได้แล้ว ให้ภรรยานำรถไถมาช่วยลากรถขึ้นด้วย หลังได้รับโทรศัพท์ ภรรยาผู้ตายรีบออกไปตามหาผู้ตาย โดยได้แวะบอกรถไถที่ลานมันให้ไปช่วยดึงรถปิกอัพขึ้นจากห้วยธง



“เมื่อมาถึงสะพานกลับไม่พบผู้ตายและรถ จึงได้แยกย้ายหา จนมีคนมาพบถังน้ำพาสติกลอยอยู่ในลำห้วยธง และเห็นท้ายรถปิกอัพลอยขึ้นมา ชาวบ้านผู้ชายจึงรีบลงไปดู ก็พบผู้ตายอยู่ในรถจึงทุบกระจกแค๊ปออก ช่วยนำผู้ตายออกมา และปั๊มหัวใจนำส่งโรงพยาบาล คาดว่านายบุญล้อมจะหลับใน เนื่องจากไปกรีดยางทั้งคืน แล้วขับรถจะไปซื้อกับข้าวมากิน แต่ขับรถไปคนเดียว ทำให้หลับในรถแหกโค้งตกลำห้วยจนเสียชีวิต”
ส่วนนางไพบูลย์ กล่าวว่า ได้แต่งงานกับนายบุญล้อมสามีมา 30 ปีเศษ มีลูกผู้หญิงด้วยกัน 1 คน อายุ 29 ปี สามีเป็นคนขยันทำมาหากิน ไปทำงานต่างประเทศ 11 ปี นำเงินมาซื้อไร่นาได้ประมาณ 70 ไร่ หลังจากนั้นก็มาทำไร่อ้อย ไร่มันสำประหลัง สวนยางพารา และทำนา เมื่อคืนนี้ตนได้ออกไปช่วยสามีกรีดยางจนถึงเวลา 23.00 น. จึงได้กลับเข้ามานอนในบ้าน เพราะเช้าวันนี้เป็นวันพระ และเป็นบุญข้าวประดับดิน อีกทั้ง อสม.จะทำการฉีดพ่นยาในหมู่บ้าน ตนจะไปร่วมงานด้วย ขณะกำลังจะถ่ายรูป สามีก็โทรมาบอกว่าขับรถตกลำห้วยธง ตอนนี้ออกมาได้แล้ว ให้ตนนำรถไถมาลากรถปิกอัพขึ้นจากลำห้วยด้วย ตนก็คิดว่าสามีออกมาจากรถแล้วมานั่งรอบนสะพาน
นางไพบูลย์ กล่าวต่อไปว่า ด้วยความเป็นห่วงสามีจึงรีบออกไปช่วย และได้แวะที่ลานรับซื้อมัน ขอให้นำรถไถไปลากรถปิกอัพขึ้นจากลำห้วยให้ด้วย คนขับรถไถได้ขี่จักรยานยนต์มาดู แต่พอมาถึงทีเกิดเหตุกลับไม่เห็นสามี จึงได้ขับรถออกตามหาสามี กระทั่งญาติได้สังเกตเห็นถังน้ำลอยอยู่ในลำห้วย และเห็นท้ายรถโผล่ขึ้นมา ชาวบ้านก็รีบลงไปตรวจดู ก็พบสามีอยู่ในรถปิกอัพ จึงนำสามีขึ้นมาแต่มีชีพจรอ่อนมาก จึงปั๊มหัวใจช่วยชีวิต และนำส่งโรงพยาบาลแต่ก็เสียชีวิต คาดว่าสามีจะหลับใน แต่หลังตกลำห้วยแล้ว ยังมีสติโทรมาบอกตน แต่ออกจากรถไม่ทันแล้ว ซึ่งตนไม่มีลางสังหรณ์เลย เพิ่งแจ้งลูกสาวซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ กำลังเดินทางมา และจะทำพิธีฌาปนกิจวันพรุ่งนี้
ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายกรีดยางแล้วไม่ได้นอนหลับพักผ่อน พอขับรถปิกอัพเปิดแอร์เย็น ทำให้หลับใน รถเสียหลักแหกโค้งพุ่งลงไปในลำห้วย พอมีสติผู้ตายยังไม่รีบออกจากรถ แต่ได้โทรศัพท์บอกเมีย ทำให้รถจมน้ำเครื่องยนต์ทำให้ประตูล็อคจึงออกจากรถไม่ได้ ทำให้เสียชีวิตในรถ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
