ชาวบ้าน ผู้สูงอายุในพื้นที่ระเบิดตก อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บาดเจ็บ 1 ราย วัวตาย 2 ตัว บ้านพัง 2 หลัง ต้องอพยพหนีตาย ต่างไม่เชื่อใจเขมรจะทำตามข้อตกลงประชุม RBC เพราะที่ผ่านมายังรุกล้ำอธิปไตย โกหก ยั่วยุตลอด และล่าสุดหลังถก RBC จบยังมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดเป็นรายที่ 6

(28 ส.ค.68) ชาวบ้าน และผู้สูงอายุ ในตำบลบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่จรวด BM21 ตกใส่ช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชากว่า 20 ลูก จนทำให้มีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย วัวตาย 2 ตัว และบ้านพัง 2 หลัง ต้องพากันอพยพหนีตายออกนอกพื้นที่ ต่างออกมาจับกลุ่มพูดคุยและแสดงความเห็นว่า ไม่เชื่อใจฝั่งกัมพูชาที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง ในการประชุม RBC ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวานนี้ แม้ในที่ประชุมจะเน้นให้ใช้การเจรจา เสริมสร้างความเชื่อมั่น ลดความตึงเครียด และธำรงไว้ซึ่งสันติภาพตามแนวชายแดน โดยมุ่งใช้ทุกกลไกที่จำเป็นในการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่ที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชาก็ไม่เคยรักษาคำพูด ยังละเมิดข้อตกลงและอนุสัญญาต่างๆ หลายครั้ง ยังมีการรุกล้ำอธิปไตย สร้างเรื่องโกหก ใช้เด็กคนแก่เป็นโล่มนุษย์ออกมาสร้างเรื่อยยั่วยุไทยตลอด และล่าสุดหลังจากประชุม RBC จบลงทหารไทยที่ออกลาดตระเวนก็ไปเหยียบกับระเบิด บาดเจ็บอีก 3 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ขาขาด ซึ่งถือเป็นทหารรายที่ 6 ที่ต้องสูญเสียขาจากการลอบวางระเบิดของเขมร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าคำพูดกับการกระทำของฝ่ายกัมพูชาสวนทางกันมาโดยตลอด


นางช้อย ยงปัญญา อายุ 83 ปี ชาว ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด บอกว่า สิ่งที่กัมพูชากระทำอยู่ทุกวันนี้สวนทางกับคำพูด ทั้งการรุกล้ำอธิปไตย นำประชาชนออกมาเคลื่อนไหว ประท้วง ตัดรื้อรั้วลวดหนาม เพื่อยั่วยุกดดันฝ่ายไทยตลอด แม้จะมีการเจรจาทำบันทึกข้อตกลงกันหลายครั้ง แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่เคยทำตาม ชาวบ้านจึงไม่เคยเชื่อใจเขมรเลย ทั้งๆ ที่ชาวบ้านอยากให้สถานการณ์สงบ เพื่อที่ประชาชนจะได้ใช้ชีวิตทำมาหากินเป็นปกติ ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะต้องวิ่งหลบกระสุนปืนใหญ่ตอนไหน แต่ทุกวันนี้ยังนอนไม่ค่อยจะหลับ หลังจากผ่านเหตุการณ์หนีตายช่วงที่ปะทะกันวันที่ 24 – 28 ก.ค.ที่ผ่านมา หากเป็นไปได้ก็อยากให้ทางการไทย ใช้มาตรการเด็ดขาดอะไรก็ได้ที่จะไม่ให้เขมรเข้ามารุกล้ำอธิปไตย หรือกระทำการอะไรที่ละเมิดไทยได้อีก
