พิษพายุคาจิกิ-หนองฟ้า ทำอ่างเก็บน้ำอุดร “ห้วยหลวง”ใกล้วิกฤติ เร่งระบายน้ำออก 5 ก.ย.เตือนให้ ปชช.ที่อยู่ 2ฝั่ง และลำห้วยสาขา เก็บทรัพย์สินขึ้นที่สูง

อิทธิพลพายุโซนร้อนคาจิกิ และหนองฟ้า ทำให้อ่างเก็บน้ำห้วยหลวงใกล้วิกฤติ หากไม่เร่งระบายน้ำออกภายใน 3 วัน คาดว่าน้ำจะล้น และอาจจะส่งผลเสียหายกับตัวเขื่อน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง จึงขอความร่วมมือชาว จ.อุดรธานี ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ และติดกับลำห้วยหลวง และลำน้ำสาขา ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รับมือมวลน้ำที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง มีแผนระบายน้ำออก ในวันที่ 5 ก.ย. 2568 เพื่อควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม เริ่มจาก 1.5 ล้าน ลบ.ม./วัน และ 3 ล้าน ลบ.ม./วัน ในวันถัดไป จนกว่าสถานการณ์น้ำเหนืออ่างฯ ที่ไหลเข้าอ่างฯ วันละประมาณ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน จะลดปริมาณลง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไป อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่เป็นหัวใจหลักของจังหวัดอุดรธานี หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 ก.ย.นายวรวิทย์ สุภาอ้วน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ได้ประกาศแจ้งเตือนถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงว่า มีปริมาณน้ำเก็บกัก 92.223 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 68.03 เปอร์เซ็นต์ (+14.3) ของความจุที่ระดับเก็บกัก 135.567 ล้าน ลบ.ม. เมื่อเทียบกับปี 2567 ปริมาณน้ำเก็บกัก 116.894 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 86.23 เปอร์เซ็นต์ ของความจุที่ระดับเก็บกัก

ขณะที่สถานการณ์น้ำหน้าประตูระบายน้ำทุ่งนามน ที่อยู่ท้ายเขื่อน มีปริมานน้ำเก็บกัก 1.366 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82.09 เปอร์เซ็นต์ ของความจุที่ระดับเก็บกัก 1.664 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำลงลำห้วยหลวง 4.478 ล้าน ลบ.ม. สาเหตุที่มีการระบายน้ำ เนื่องจากมีฝนตกหนักในเขตพื้นที่ อ.กุดจับ ซึ่งรับน้ำจากหัวยทราย , ห้วยเชียง และห้วยลี ปัจจุบันปริมาณน้ำในลำห้วยหลวง ที่อยู่ด้านท้ายเชื่อน มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งบางจุด เนื่องจากมีฝนตกหนัก ในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน และเหนือเขื่อนในห้วงเวลาเดียวกัน
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวยหลวง มีแผนจะระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ย.2568 ในปริมาณ 17.36 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 1.5 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากปริมาณน้ำในลำห้วยหลวงตอนบน หรือเหนือเขื่อน ในพื้นที่ อ.หนองวัวซอ มีปริมาณมาก ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงเพิ่มขึ้นถึงเกณฑ์การควบคุมระดับสูงสุด จึงจำเป็นต้องทำการระบายน้ำออก ผ่านอาคารระบายน้ำ Service Spilllway เพื่อควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม จึงขอความร่วมมือเกษตรกรและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่ติดกับลำห้วยหลวง และลำห้วยสาขา เก็บสิ่งของมีค่าไว้ในที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งของของท่าน สอบถามข้อมมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง โทรศัพท์/ โทรสาร. 0-4224-5541 ต่อ 143

นายวรวิทย์ เปิดเผยว่า ปริมาณในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงในวันนี้ (4 ก.ย. 68) ประมาณ 104 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 77 เปอร์เซ็นต์ จากความจุที่ระดับเก็บกัก สูงสุด 136 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งช่วงเช้าวันนี้มีน้ำจากเหนือเขื่อนไหลเข้าอ่าง 12 ล้าน ลบ.ม. จากอิทธิพลของพายุคาจิกิ และพายุหนองฟ้า ทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่เหนืออ่างฯ และท้ายอ่าง ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม-3 กันยายน 2568 ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าอ่างฯ 65 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 48 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยน้ำไหลเข้าอ่างฯ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน
ซึ่งปัจจุบันอ่างฯมีพื้นที่เก็บกักน้ำประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม. จึงมีเวลาเหลือเพียง 3 วัน ก่อนน้ำในอ่างจะเกินความจุ จึงจำเป็นต้องระบายออกในวัน 5 ก.ย.ในปริมาณ 1.5 ล้าน ลบ.ม./วัน และวันที่ 6 ก.ย.ระบายน้ำออกในปริมาณ 3 ล้าน ลบ.ม./วัน และวันถัดไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับตัวเขื่อน และส่งผลกระทบให้น้อยที่สุดกับพื้นที่เกษตร และบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ท้ายอ่างฯ เนื่องจากปริมาณน้ำในลำห้วยหลวงตอนล่างบางจุดเริ่มล้นตลิ่ง จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่สองฝั่งลำห้วยหลวง และลำห้วยสาขา ในพื้นที่ลุ่มต่ำ เก็บทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง เขื่อนห้วยหลวงมีประโยชน์กับชาว จ.อุดรธานี เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเก็บกักน้ำไว้อุปโภคบริโภค ทำการเกษตร นอกจากนี้ยังป้องกันการเกิดอุทกภัย น้ำท่วมหนัก

“จะเห็นได้ว่าพายุทั้งสองลูกที่พาดผ่านพื้นที่ จ.อุดรธานี และทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างพุ่งขึ้นถึง 65 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทางท้ายเขื่อนได้ ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเหมือนจังหวัดไกล้เคียง เช่น จ.หนองบัวลำภู และ จ.เลย ที่ขณะนี้ประสบอุทกภัย น้ำท่วมหนัก เนื่องจากไม่มีเขื่อนเก็บกักมวลน้ำจากแม่น้ำและลำห้วย โดยช่วงนี้มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคอีสานตอนบน หากฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ทางเราก็ปรับเปลี่ยนเพิ่มการระบายน้ำออกจากอ่างตามแผนงานที่วางเอาไว้ แต่ต้องดูความสมดุลพื้นที่ท้ายอ่างที่จะได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด และจะแจ้งให้พี่น้องชาว จ.อุดรธานี ให้รับทราบกันอีกครั้ง หากมีการระบายในปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมที่แจ้งเตือนไปแล้ว”
