วันที่ 8 กันยายน 2568 ที่หอประชุมอเนกประสงค์ ค่ายพระยอดเมืองขวาง มณฑลทหารบกที่ 210 อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดโครงการ “Gen Z รุ่นใหม่หัวใจแกร่ง” จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด พัฒนาทักษะชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม โดยมี นางสาวอาภา รัตนพิทักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม พลตรีฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ

นางสาวอาภา รัตนพิทักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามวัย เช่น การดื่มสุรา บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การใช้สารเสพติด การพนัน การติดเกม การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ตลอดจนปัญหาการใช้ความรุนแรง ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม ระบุว่า คดีเด็กและเยาวชนที่พบมากที่สุดในพื้นที่คือ ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด รองลงมาคือความผิดเกี่ยวกับร่างกาย และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ส่งผลให้เยาวชนจำนวนไม่น้อยต้องออกจากสถานศึกษาและขาดโอกาสทางการเรียนรู้

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2568 รวมระยะเวลา 3 วัน 2 คืน มีผู้เข้าร่วมเป็นเด็กและเยาวชนในพื้นที่จำนวน 60 คน วิทยากรจากหน่วยงานภาครัฐ 10 คน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 5 คน โดยมีกิจกรรมทั้งการบรรยายและการฝึกปฏิบัติ เช่น การวิเคราะห์สถานการณ์เด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม การบรรยายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 การเรียนรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน การอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิต 9 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ กิจกรรม “เป็นหนึ่งได้โดยไม่พึ่งยาเสพติด”

โดยโรงพยาบาลนครพนม กิจกรรมทดสอบพลังใจสานความสามัคคี กิจกรรม “Gen Z รุ่นใหม่เปิดใจ” โดย พม. กิจกรรมออกกำลังกาย กิจกรรม “รู้จักเขา รู้จักฉัน”กิจกรรมอาชีพในฝัน กิจกรรมตลาดนัดออนไลน์ และกิจกรรมถอดบทเรียนและพิธีมอบเกียรติบัตร ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนสามารถตระหนักรู้ เข้าใจปัญหา และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมที่เข้มแข็ง สามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดนครพนมต่อไป
