ขณะที่ นิสิตเผย การรับฟังได้ความรู้พร้อมนำไปปฏิบัติ แม่ทัพกุ้งเผย อยากฝากคือ ขอให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปในทางที่ดี เลือกคนดี ซื่อสัตย์สุจริต เข้ามาบริหารประเทศ น้อง ๆ เมื่อเรียนจบออกไปทำงาน ก็อยากให้เตรียมตัวเป็นผู้นำที่ดี เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยคุณภาพและคุณธรรม ต้องรู้จักเสียสละ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ นั่นคือสิ่งที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า

วันที่10 กันยายน 2568 ที่ ห้องประชุมใหญ่ (PH 504) ชั้น 5 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการ “สร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิต” ประจำปีการศึกษา 2568 โดยได้รับเกียรติจาก พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและอาชีพที่จำเป็นสำหรับบัณฑิตในศตวรรษที่ 21 พร้อมนำผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตเข้าร่วมรับฟังบรรยายล้นห้องประชุม
เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยุทธศาสตร์ที่ 1 สนับสนุนการดำเนินงานด้านวิชาการการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ให้ได้คุณภาพ มาตรฐานมีความทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศและนานาชาติ และยังเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายนอกเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับนิสิต ตามแนวทางที่มหาวิทยาลัยมุ่งหวังให้นิสิตมีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ความสามารถด้านการจัดการการเงิน และความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพในอนาคต

ดังนั้น โครงการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิต จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นิสิตได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรวมถึงการนำเสนอแนวคิดเรื่องความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพด้านอื่น ๆ การจัดโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนและการใช้ชีวิตให้กับนิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพบัณฑิตของมหาวิทยาลัยให้มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และคุณธรรม จริยธรรม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างแท้จริง

โดยพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บรรยายในหัวข้อ “แรงบันดาลใจจากลูกอีสานสู่แม่ทัพ คุณค่าการรับใช้สังคม” เพื่อเป็นแบบอย่างในการครองตน ครองคน และครองงาน พร้อมทั้งให้ข้อคิดและแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดย การจัดโครงการในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถรอบด้าน ทั้งในด้านวิชาการ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และคุณธรรมจริยธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพของบัณฑิตให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง
พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวบนเวทีว่า วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเรา ไม่ใช่ว่ามีใครจะมาช่วยอะไร แต่เป็นการที่เรามานั่งเล่า มาพูดคุย แลกเปลี่ยนกันว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร สิ่งที่ผมอยากฝากคือ ขอให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปในทางที่ดี เลือกคนดี ซื่อสัตย์สุจริต เข้ามาบริหารประเทศ น้อง ๆ เมื่อเรียนจบออกไปทำงาน ก็อยากให้เตรียมตัวเป็นผู้นำที่ดี เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยคุณภาพและคุณธรรม ต้องรู้จักเสียสละ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ นั่นคือสิ่งที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า คำสอนของศาสนานั้นดีหมดทุกศาสนา อยู่ที่ว่าเราจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร

อยากให้ทุกคนยึดหลักธรรม คิดก่อนทำ อย่าคิดเอาเปรียบ อย่าคิดโกง เพราะมันคือบาป ถ้าเห็นเพื่อนลำบาก ไม่มีข้าวกิน การช่วยเหลือเพื่อนคือการสร้างบุญ และเป็นการทำความดี เวลาคบหาผู้คนก็ต้องเลือกคบคนดี เลือกคบครูบาอาจารย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนเป็นเหมือนกัน ให้มองอย่างเป็นกลาง หน้าที่ของทหารคือการปกป้องแผ่นดิน แต่หน้าที่ของพวกเราทุกคนคือการเป็นคนดี ดูแลรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินนี้คือสิ่งที่บรรพบุรุษสืบทอดไว้ในสายเลือดของเรา อย่าให้ใครมาทำลาย
และขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญกับธงชาติ ธงไตรรงค์ที่อยู่หน้าบ้าน หรือเวลาที่เราได้ร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี สิ่งเหล่านี้คือการแสดงออกถึงความเป็นไทย หลายคนในโลกไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ร้องเพลงชาติเหมือนเรา อยากให้ทุกคนภูมิใจ และยืนหยัดในสิ่งนี้ ฝากน้อง ๆ ทุกคนได้เป็นแกนนำ พาเพื่อน พาพี่น้อง ร่วมกันทำสิ่งดีงามต่อไป เพื่อให้ประเทศของเราเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
นายภานุวัฒน์ เอิบสภาพ นิสตปี 3 เปิดเผยว่า การได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ตนเองได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าประเทศของเราเป็นอย่างไรบ้าง และได้เห็นถึงศักยภาพของทหารไทยอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นกำลังใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้ครับ

สำหรับตัวผมเอง บ้านอยู่ติดชายแดน จังหวัดตราด ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และก็เป็นเขตสีแดงเหมือนกันครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยมองว่าหน้าที่ของทหารคืออะไร เราไม่ค่อยเห็นภาพที่ชัดเจน ไม่เคยเห็นบทบาทที่เด่นชัดในชีวิตประจำวัน จึงไม่รู้สึกว่ามีความสำคัญมากนัก แต่เมื่อได้เห็นการทำงานจริง ๆ ครั้งนี้ ทำให้ผมเข้าใจและตระหนักว่าทหารมีบทบาทสำคัญกับประเทศมากขนาดไหนครับ
จากมุมมองที่เปลี่ยนไป ผมรู้สึกซาบซึ้งและอยากขอบคุณทหารทุก ๆ ท่าน ที่เสียสละทั้งเวลาและแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเราไว้ สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมและคนรุ่นหลังต่อไป
