นายโสภณ ซารัมย์ รักษาการณ์รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้อพยพหนีภัยสงครามที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์. ซึ่งมีผู้อพยพลี้ภัยอยู่กว่า 10,000 คน ทั้งนี้นายโสภณ ซารัมย์. รักษาการณ์รองนายกรัฐมนตรี พร้อมประธานมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ยังได้มอบเงินสนับสนุนเป็นในการจัดซื้อสิ่งของและอาหารดูแลผู้อพยพภายในศูนย์พักพิงจำนวนหนึ่งด้วย โดยมีนายปิยะ. ปิจนำ. ผู้ว่าราชจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นตัวแทนรับมอบ


ต่อจากนั้นนายโสภณ พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงตำบลโคกม้า อ.ประโคนชัย ซึ่งมีผู้อพยพกว่า 1,000 คน รวมถึงให้กำลังใจ ชรบ.ที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้กับชาวบ้านชายแดนด้วย จากนั้นได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบซึ่งรักษาตัวที่ รพ.ประโคนชัย รวมถึงให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ด้วย ก่อนจะดินทางไปเยี่ยมผู้อพยพที่จ.สุรินทร์ ต่อไป



นายโสภณ ซารัมย์ รักษาการณ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้อพยพที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้อพยพหนีภัยสงครามมาพักอาศัยมากถึง 10,000 คน ซึ่งศูนย์ฯ แห่งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงานบูรณาการร่วมกันหลายฝ่าย ดูแลประชาชนที่เขาเดือดร้อนต้องทิ้งบ้านหนีภัยสงครามมา ขอให้กรุณาเข้าใจด้วยว่ารัฐบาลชุดนี้นี่ไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดสงคราม การสู้รบครั้งนี้มันเกิดจากความจำเป็น เราจะต้องรักษาอธิปไตยของเรา มันเกิดจากความจำเป็น เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พวกผมไม่ได้หวังที่จะเอากระแสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเป็นกระแสทางการเมือง ตามที่บางกลุ่มออกมาโจมตี อยากให้เข้าใจถึงโลกความเป็นจริงอย่าดราม่าเฉพาะบุรีรัมย์ที่มีความพร้อม ทุกคนทุกพื้นที่ทำได้เหมือนบุรีรัมย์ ที่นี่ไม่ได้


เปิดเฉพาะตอนที่มีภัยสงคราม ที่รองรับประชาชนที่เดือดร้อน แต่ตอนสถานการณ์โควิด ก็เป็นสถานนี่ที่รองรับช่วยเหลือประชาชนเช่นกัน แต่บางคนที่ไม่ชอบก็พยายามดราม่า
ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้อพยพรัฐบาลก็จะเยียวยาให้สมกับสถานการณ์ที่เขาเดือดร้อน
การเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ไม่มีรัฐบาลรักษาการก็ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรค ที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชน เพราะรัฐบาลยังมีอำนาจเต็มที่
