ดีเอสไอ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงผลการตรวจโรงไม้เมืองหนองคาย พบไม้หวงห้ามถูกตัดจากพื้นที่ป่าอุทยานภาคเหนือนำมาแปรรูป ทั้งประดู่ ชิงชัน และยางนา สวมรอยเอกสารเดิม จำนวนมาก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท เตรียมนำส่งออกนอกประเทศ

นายไพทูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า,นายสราวุธ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการสำนักจัการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี), พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย,พ.ต.ท.ธียาฌพัทย์ รังษิพราหมณกุล รอง ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย, นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่เสรียง นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่าและผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า, นายปฐมพงศ์ บุญเดช หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า(พญาเสือ) พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ศุลกากร ตชด. ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติการจับกุมผู้กระทำความผิด ลักลอบนำไม้เถื่อนจากพื้นที่ป่าอุทยานภาคเหนือของไทย มาแปรรูปและสวมเอกสารปลอมก่อนจะรวบรวมส่งออกนอกประเทศ

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบจนแน่ชัดถึงเส้นทางการลักลอบลำเลียงไม้ออกจากป่า มาแปรรูปและพักไว้ที่โกดังไม้ของบริษัทเอส.ซี.เจริญทรัพย์ 789 จำกัด เลขที่ 241 หมู่ 7 ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ได้จับกุม ชาวไทย ชาย 2 คน หญิง 1 คน และแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายอีก 11 คน โดยพบว่าพื้นที่โกดังไม้ มีการใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทล็อควูด จำกัด 1 หลัง โรงเก็บไม้ 1 โรง โรงงานแปรรูปไม้ และที่พัก พบไม้หวงห้าม ประเภท ไม้ประดู่ 4 ท่อน ปริมาตร 1.748 ลบ.ม. ไม้ประดู่แปรรูป 224 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 13.075 ลบ.ม. ไม้ยางนาแปรรูป 5 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.421 ลบ.ม.ส่วนพื้นที่โรงเก็บไม้พบไม้ประดู่แปรรูป 789 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 7.193 ลบ.ม. บริเวณพื้นที่ที่ถูกกั้นด้วยสังกะสีติดกับโรงไม้ ยังพบไม้ประดู่แปรรูป 17 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 5.283 ลบ.ม. และยังได้ตรวจสอบรถบรรทุกพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 73-2526 ชลบุรี ที่ได้ขนไม้ออกจากโกดังแห่งนี้ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด นำกลับมาตรวจสอบ พบว่ามีไม้ประดู่แปรรูปอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ 1,486 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาณ 27.556 ลบ.ม. ไม้ชิงชันแปรรูป 18 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 3.190 ลบ.ม. ทั้งหมดเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมาย มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

จากการสอบถาม ชายไทยที่จับกุมไว้ได้ทราบว่า โรงงานแปรรูปไม้และไม้ที่เจ้าหน้าที่พบนั้นเป็นของชาวลาว ซึ่งได้ขอเช่ากับเจ้าของที่ดิน จากนั้นให้ชาวเวียดนาม 2 คน เป็นคนดูแลและเลื่อยไม้ ส่วนไม้ที่อยู่ในโรงเก็บไม้เป็นไม้ของตนเองที่มีผู้นำมาขายให้แต่ยังนำไม้มาไม่ครบจึงไม่ได้นำเอกสารการครอบครองไม้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ สำหรับไม้ที่ตรวจพบบริเวณพื้นที่ล้อมรอบสังกะสีติดกับโรงไม้นั้นเป็นของเจ้าของที่ดิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
