สนามการเมืองร้อยเอ็ดเริ่มร้อนแรงขึ้นทันตา เมื่อพรรคโอกาสใหม่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ประกาศส่ง “นิษา” คนรุ่นใหม่ลงชิงเก้าอี้ สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 อย่างเป็นทางการ พร้อมส่งสัญญาณท้าชน สส.เก่าที่ย้ายขั้วไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางกระแสเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงจากประชาชนในพื้นที่

เวทีดังกล่าวจัดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ สนามโรงเรียนบ้านนากระตึบ ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายประภาส ยงคะวิสัย หรือ “แอสป้า” นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และแม่ทัพภาคอีสานพรรคโอกาสใหม่ เป็นแกนนำขึ้นเวทีปราศรัย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางประชาชนจากอำเภอเสลภูมิ ทุ่งเขาหลวง โพนทอง และธวัชบุรี เข้าร่วมรับฟังกว่า 3,000 คน บรรยากาศคึกคักตลอดทั้งงาน

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร คือ นางสาวสุทธิกานต์ สิทธิ์ประภากูล หรือ “นิษา” อายุ 32 ปี ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของนายเจริญ สิทธิ์ประภากูล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นคนรุ่นใหม่ที่ถูกจับตามอง เพราะเคยดำรงตำแหน่งอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และมีประสบการณ์ด้านงานนโยบายระดับประเทศและท้องถิ่น
นิษา ขึ้นเวทีแนะนำตัวอย่างมั่นใจ ย้ำจุดยืนพร้อมเข้าสู่สนามการเมืองเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้สโลแกน “ปลดล็อกคนอีสาน สร้างโอกาสใหม่” พร้อมประกาศชัด “ไม่กลัวช้าง” แม้ต้องเผชิญคู่แข่งจากพรรคใหญ่ เพราะเชื่อว่าการเมืองที่จริงใจ สุจริต และทำงานเป็นรูปธรรม จะชนะใจประชาชนได้

ขณะที่นายเจริญ สิทธิ์ประภากูล รองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ก็ได้ขึ้นเวทีประกาศขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ให้โอกาสลูกสาวได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างจริงจัง พร้อมย้ำความมั่นใจว่า ทีมงานทำการบ้านในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง และได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก
“ไม่ว่าจะต้องสู้เสือหรือสู้ช้าง เราไม่กลัว เพราะตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่” นายเจริญกล่าว

นายประภาส ยงคะวิสัย ปราศรัยชูนโยบายเด่นของพรรคโอกาสใหม่ ภายใต้สโลแกน “มีเรา ไม่มีมืด” เน้นนโยบายแก้ปัญหาปากท้องแบบจับต้องได้ อาทิ นโยบายท้องรับหมื่น เกิดรับแสน, ไฟฟ้าฟรีและโซลาร์เซลล์ใช้ฟรีทั่วประเทศ, รัฐธรรมนูญเกษตร กำหนดราคาพืชผล เช่น ข้าวกิโลกรัมละ 10 บาท มันสำปะหลัง 10 บาทต่อกิโลกรัม อ้อยตันละ 2,000 บาท รวมถึงนโยบาย 1 อำเภอ 1 ห้างข้างถนน สนับสนุนงบแห่งละ 1 ล้านบาท และการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน
นายประภาส ระบุว่า กระแสความต้องการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ร้อยเอ็ด เขต 4 เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะความคาดหวังให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมือง พร้อมย้ำว่าพรรคโอกาสใหม่ทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ ไม่โจมตีใคร และเชื่อมั่นว่าจะสามารถปักธงคว้าชัยในสนามเลือกตั้งเขตนี้ได้
สำหรับ “นิษา” ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ทางการเมือง ที่มีทั้งประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และฐานสนับสนุนในพื้นที่ จนถูกจับตามองว่าอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสมรภูมิเลือกตั้ง สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 ในครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
