ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาบ้ากว่า 1,010,000 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังขับรถหลบหนีการตรวจค้นก่อนเสียหลักชนกำแพงโรงเรียนในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว แถลงการจับกุม นายภาคภูมิ อายุ 34 ปี และนายกฤษดา อายุ 37 ปี ชาวอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พร้อมของกลางยาบ้า 1,010,000 เม็ด และรถยนต์อเนกประสงค์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน งบ 5541 นครราชสีมา ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม

พ.ต.อ.ภูมิชาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าจากอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ไปส่งยังจังหวัดขอนแก่น จึงวางกำลังติดตามตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ลำเลียงยา กระทั่งกลางดึกพบรถต้องสงสัยบริเวณสี่แยกห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ และแสดงตัวขอตรวจค้นที่สี่แยกตลาดสมเด็จ แต่อีกฝ่ายกลับขับรถฝ่าไฟแดงหลบหนี
เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจนรถเสียหลักพุ่งชนกำแพงหน้าโรงเรียนบ้านคำเชียงวัน ตำบลโนนแหลมทอง อำเภอสหัสขันธ์ ส่งผลให้นายกฤษดาได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาล ส่วนอีกหนึ่งรายถูกควบคุมตัวไว้ได้ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าบรรจุในกระสอบสีดำ 5 กระสอบ รวมกว่า 1,010,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเครือข่ายชาวลาว ให้ขับรถไปรับยาบ้าจากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งในจังหวัดขอนแก่น โดยจะได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท และยอมรับว่าเคยรับจ้างลำเลียงมาแล้ว 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งคู่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดมาก่อน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.สหัสขันธ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
