มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงนามสัญญาติดตั้งและให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับ HYAPSS กำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์พีก (MWp) คาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Carbon Neutrality University” ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน พ.ศ. 2572

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30–15.00 น. ณ โถงชั้น 1 อาคารสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธีลงนามในสัญญาโครงการติดตั้งและให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ HYAPSS โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน
รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีประวัติการพัฒนายาวนานกว่า 60 ปี บนพื้นที่กว่า 5,500 ไร่ และมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ “Carbon Neutrality University” ซึ่งกำหนดเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน พ.ศ. 2572 โดยมี 6 แผนงานสำคัญ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งนี้ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์พีก ทั้งในรูปแบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) และติดตั้งบนผิวน้ำ (Solar Floating) นับเป็นหนึ่งในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสถาบันการศึกษาที่มีกำลังการผลิตในระดับแนวหน้าของโลก คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากปริมาณการปล่อยรวมของมหาวิทยาลัยที่ประมาณ 80,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 2,500 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 20 ปี

รองศาสตราจารย์ ดร.ชูพงษ์ ทองคำสมุทร รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านคุณซาเมียร์ ยามดักนี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HYAPSS กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนในครั้งนี้ เป็นแบบอย่างของการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบพลังงานสะอาดที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 6 แผนงานหลัก ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย อาคารประหยัดพลังงาน (Building & NC/EBOM) การจัดการพื้นที่และส่งเสริมเขตปลอดรถ (Car-Free Zone) ระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Mobility) การดูดซับคาร์บอน (Carbon Capture) ตั้งเป้าดูดซับ 5,500–32,000 ตันต่อปี การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ (Waste Management) และโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงาน (Infrastructure & Deployment)
โดยมหาวิทยาลัยตั้งเป้าหมายสำคัญในการบรรลุ Carbon Neutral ภายในปี พ.ศ. 2571 และก้าวสู่ Zero Carbon ภายในปี พ.ศ. 2572

นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจแล้ว มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังมุ่งบูรณาการโครงการดังกล่าวเข้ากับการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนานักศึกษา เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดในอนาคต
พิธีลงนามครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว ที่ไม่เพียงผลิตพลังงานสะอาดให้กับมหาวิทยาลัย หากยังสะท้อนเจตนารมณ์อันชัดเจนของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อความยั่งยืนในระดับประเทศและนานาชาติ
