ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรพาเติมบุญหนุนนำวิถีพุทธ น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและทุนทางวัฒนธรรม มาเป็นเครื่องมือในการขัดเกลาจิตใจและสร้างความสมานฉันท์ในสังคมทลายกำแพงระหว่างรัฐและราษฎร์

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดใต้ศรีมงคล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ตามโครงการ ผู้ว่าฯ พาเติมบุญ หนุนนำวิถีพุทธ โดยมี นางนันทพร ศรศรีวิชัย นายกเหล่ากาชาดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดยโสธร เข้าร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และงดงามตามวิถีวัฒนธรรมอีสาน
โดยโครงการผู้ว่าฯ พาเติมบุญ หนุนนำวิถีพุทธ ดำเนินการโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร ถือเป็นนโยบายเชิงรุกในการสร้างสังคมธรรมะ ที่เป็นการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและทุนทางวัฒนธรรม มาเป็นเครื่องมือในการขัดเกลาจิตใจและสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีนัยสำคัญในการเปลี่ยนพื้นที่ศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน (รัฐและราษฎร์) เพื่อทลายกำแพงทางสถานะและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด นำไปสู่การลดความขัดแย้งและเสริมสร้างพลังความสามัคคีให้ฝังรากลึกในจิตใจของชาวจังหวัดยโสธร สู่เป้าหมายการเป็น เมืองธรรมะ เมืองที่น่าอยู่ อย่างแท้จริง
สำหรับการเลือกพื้นที่จัดกิจกรรม ณ วัดแห่งนี้ มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งเพราะวัดใต้ศรีมงคล เป็นวัดเก่าแก่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2330 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาปี 2338 ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาอย่างยาวนาน ตามพงศาวดารและตำนานท้องถิ่นระบุว่าในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2390) เจ้าอุปฮาดแพง ซึ่งดำรงตำแหน่งอุปราชเมืองยศสุนทร ได้เป็นผู้สร้างและอุปถัมภ์วัดแห่งนี้ โดยได้สร้างสถูปเจดีย์ 9 ยอดครอบทับฐานปรางค์ขอมโบราณ เพื่อประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองชัยชนะ (ทำจากทรายแม่น้ำทวน)

ซึ่งในอดีต สถานที่แห่งนี้ถือเป็นชัยภูมิสำคัญทางยุทธศาสตร์จิตวิญญาณ ที่แม่ทัพและทหารเมืองยศสุนทรจะมาประกอบพิธีสักการะบูชาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจก่อนออกศึกสงคราม และได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้ง จนเป็นที่มาของนามมงคลดังกล่าว ซึ่งนอกจากคุณค่าทางจิตวิญญาณแล้ว วัดใต้ศรีมงคลยังโดดเด่นด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรม โดยอุโบสถของวัดถือเป็นเพชรน้ำงามที่ผสมผสานศิลปะล้านนาและล้านช้าง (เวียงจันทน์) ได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้มาร่วมงานได้พบกับความวิจิตรของลวดลายไม้แกะสลัก มรดกทางวัฒนธรรมสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่ผ่านการบูรณะ ดูแล รักษามาอย่างดีเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าที่เข้มแข็งของช่างฝีมือชาวเมืองยศสุนทร
