วันที่ 16 ก.พ. 2569 พ.ต.ท. นิธิศ เอกทัศน์ สว.ส.ทท.6 กก.1 บก.ทท.2(เลย) ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ส.ทท.6 กก.1 บก.ทท.2 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บช.ทท.และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา นาย เอก (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่ ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย 2.นาย โท (นามสมมุติ)อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่ ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
พร้อมของกลางเอกสารหลักฐานพฤติการณ์กระทำความผิด 1.สำเนาหลักฐานการผ่านแดน 2.ไฟล์ภาพนิ่งและไฟล์วิดีโอบันทึกพฤติการณ์การกระทำความผิด 3.รายการนำเที่ยวที่เสนอขายผ่านเฟซบุ๊ก และ4.เอกสารหลักฐานการโอนเงินและอื่นๆ โดยจับได้ที่ด่านพรมแดนบ้านคกไผ่ หมู่ 6 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย

โดยแจ้งข้อหา โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากนายทะเบียนฯตามมาตรา 80 ประกอบมาตรา 15 แห่งพระราช บัญญัติธธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ” ผู้ต้องหาทั้ง 2 รับสารภาพ ว่าประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส. สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ได้รับการร้องเรียนจาก รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 จังหวัดหนองคายว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นข้าราชการครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเลย ทำมาสองเดือนกว่าเปิดขายทัวร์ผ่านช่องทางเฟสบุค ติ๊กตอค อิสตาแกรม อ้างใบอนุญาต บ.ทัวร์ ใน สปป.ลาว แต่จัดหาทัวร์ เก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ไทยผ่านช่องทางสื่อโซเชียลพร้อมจัดหารถตู้ ฝั่ง สปป.ลาว ที่พัก และอื่นๆ
โดยทำการส่งออกทางทัวร์ด่านคกไผ่ อ.ปากชม จ.เลยโดยจ้างแค่รถตู้ แต่ผู้จัดไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยว ไม่มีประกันภัยนักท่องเที่ยวตาม พรบ.นำเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยวและสำนักงานทะเบียนนำเที่ยวได้ติดตามมาสักระยะแล้วและได้ทำการล่อซื้อทัวร์เดินทางวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาดังกล่าวและมีการออกทัวร์จริงจนจบทริปเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองคน ดังกล่าว
