วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองนครพนม (ผกก.ตม.นครพนม) พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.ฯ และ พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองนครพนม (สว.ตม.จว.นครพนม)

มีชายคนหนึ่งได้ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจผู้โดยสารขาออก ประกอบด้วยหนังสือผ่านแดนชั่วคราว (ไทย) พร้อมบัตรประชาชนระบุชื่อ นายวารินทร์ (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย เป็นชาว ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อขอเดินทางโดยสารเรือข้ามฟากออกไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลกับระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ปรากฏว่าข้อมูลบุคคลไม่ตรงกับหนังสือเดินผ่านแดนชั่วคราวที่ยื่นให้เจ้าหน้าที่ประทับตราอนุญาต จึงประสานไปยังฝ่ายปกครองเมืองนครพนม นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม จึงมอบหมายให้นายประชุมศิลป์ พิทักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายภาณุวัฒน์ อิ่นแก้วถา และ นายบดินทร์ วาจนสุนทร ปลัดอำเภอ ร่วมตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้ง

ซึ่งผลยืนยันชัดเจนว่าบุคคลที่ถือบัตรประชาชนชื่อนายวารินทร์ (สงวนนามสกุล) เป็นคนละคนกัน ผู้ต้องสงสัยจึงยอมรับว่าเป็นคนลาวชื่อท้าวชัชวาล ชัยโกศรี อายุ 42 ปี ภูมิลำเนาอยู่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ ตม.นครพนม จึงควบคุมตัวไปทำประวัติและสอบสวนเพิ่มเติม

จากการสอบสวนเบื้องต้นท้าวชัชวาล ให้การว่าได้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหลายปี เกิดอยากกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนที่แท้จริง ก็มีเพื่อนคนไทยเป็นธุระในการนำบัตรของคนอื่นมายื่นทำเอกสารงานผ่านแดนดังกล่าวให้ ก็เชื่อมั่นว่าน่าจะรอด ไม่คิดว่าระบบข้อมูลต่างๆจะเชื่อมโยงกันหมด เจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า ใช้เอกสารของทางราชการของผู้อื่นโดยมิชอบ ,แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จึงบันทึกจับกุมและควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
