จังหวัดยโสธร จัดกิจกรรมมหากุศล 60 ปี ปลานิลพระราชทาน ผนึกกำลังบริจาคโลหิตต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ พร้อมมอบผ้ายันต์หลวงปู่ศิลาเพื่อความเป็นสิริมงคล

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและพลังแห่งการให้ในการทำความดีของประชาชนผู้มีจิตอันเป็นกุศลที่หลั่งไหลมารวมตัวกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมโครงการมหากุศลทั่วหล้า 60 ปี ปลานิลพระราชทาน : ร้อยรวมใจ ให้โลหิต ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ ที่จังหวัดยโสธรได้บูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานประมงจังหวัดยโสธร สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร และโรงพยาบาลยโสธร จัดขึ้น
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีจิตอันเป็นกุศลได้ร่วมกันต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยที่กำลังรอคอยความหวัง ผ่านการบริจาคโลหิต อวัยวะ และดวงตา เป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี ที่ทรงพระราชทานพันธุ์ ปลานิล จำนวน 10,000 ตัว ให้แก่กรมประมง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2509 เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้แก่ราษฎร จนกลายเป็นแหล่งโปรตีนพระราชทานที่หล่อเลี้ยงปากท้องและสร้างอาชีพให้คนไทยหลายล้านคนจวบจนปัจจุบัน

โดยในเวลา 9.00 น. นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บริจาคเลือดถึงเตียง พร้อมกับเซอร์ไพรส์ที่สร้างรอยยิ้มและความปลื้มปีติให้ผู้ร่วมกิจกรรม ด้วยการมอบผ้ายันต์ลงอักขระมงคลจากหลวงปู่ศิลา พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เปี่ยมด้วยบารมี เพื่อแทนคำขอบคุณ คำอวยพร และเป็นขวัญกำลังใจ เป้นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจว่า ผู้ที่ยอมสละเลือดเนื้อเพื่อต่อชีวิตให้ผู้อื่น ย่อมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองในทุกก้าวย่างของชีวิต เพราะเลือดทุกหยดที่ร่วมกันบริจาคในวันนี้ คือดอกผลแห่งความร่มเย็นที่งอกงามจากเมล็ดพันธุ์แห่งพระเมตตาเมื่อ 60 ปีก่อน การสืบสานปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการต่อชีวิตให้เพื่อนมนุษย์ คือการทำความดีที่เห็นผลทันตา และผ้ายันต์จากหลวงปู่ศิลาจะเป็นเสมือนเกราะคุ้มภัยสำหรับคนดีที่เสียสละบริจาคโลหิต 1 ยูนิต (ปริมาณ 350-450 มิลลิลิตร) ซึ่งในทางการแพทย์สามารถนำไปแยกส่วนประกอบเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยได้สูงสุดถึง 3 ชีวิต

ที่สำคัญคือยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาคโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้นมาทดแทน ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาวะธาตุเหล็กสะสมส่วนเกิน ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนเป็นการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้แก่ผู้บริจาคด้วย
