วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีชายคลุ้มคลั่งคล้ายคนเมาสุราอาละวาด หน้าบ้านเลขที่ 29 หมู่ 14 บ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ชยางกูร) สายนครพนม-ธาตุพนม ซึ่งทำให้ผู้สัญจรผ่านไปมา พบเห็นเหตุการณ์ต่างตื่นตกใจ
พบชายทราบชื่อภายหลังคือนายปัญญา อ่อนตา หรือโหน่ง อายุ 51 ปี ส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งอย่างรุนแรง บริเวณริมถนนตรงข้ามปั๊มน้ำมัน และในมือถืออาวุธมีดกวัดแกว่งไปมา ในลักษณะที่พร้อมจะทำร้ายผู้ที่สัญจรไปมาได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้วางอาวุธมีด แต่นายโหน่งได้วิ่งหลบหนี มุ่งหน้าไปทางหน้ารีสอร์ทอีกแห่งที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ขณะนั้นลูกค้ารีสอร์ทกำลังพักผ่อน ต่างตกใจไปตามๆกัน

เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม พร้อมสั่งให้วางอาวุธ เพราะเกรงว่าชาวบ้านจะไม่ได้รับความปลอดภัย นายโหน่งกลับใช้อาวุธมีดใส่ ในลักษณะจะทำร้ายร่างกาย เพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และวิ่งลัดเลาะเข้าไปทางพื้นที่ด้านในของรีสอร์ท เจ้าหน้าที่ประเมินแล้ว เห็นว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีพฤติการณ์ที่เป็นภัยอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ และเกรงว่าจะไปทำร้ายประชาชน ที่พักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ตัดสินใจใช้ปืนลูกซองยาว ยิงกระสุนยางเพื่อยับยั้งเหตุตามยุทธวิธี จำนวน 4 นัด แต่ยังไม่สามารถสยบความบ้าคลั่งลงได้ นายโหน่งยังคงวิ่งมุ่งหน้าไปทางสวนท้ายของรีสอร์ทอย่างต่อเนื่อง และพยายามปีนประตูรั้วหลบหนีแต่เสียหลักตกลงมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการควบคุมตัว
จากการสอบถามเบื้องต้น นายโหน่งยอมรับว่าได้เสพยาบ้าไป 10 เม็ด และเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตา แถมมีคนจ้องจะทำร้าย จึงหยิบมีดสนามเตรียมต่อสู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ ส่งตรวจยืนยันสารเสพติด ผลปรากฏว่าพบสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในตัวอย่างปัสสาวะจริง

โดยนายโหน่งผู้ต้องหา ถือเป็นศิษย์เก่าเรือนจำ มีประวัติต้องโทษคดียาเสพติดมากกว่า 2 ครั้ง ออกมาก็เสพยาบ้าจนหลอน เมียและลูกต้องหนีไปอยู่ที่อื่น นายโหน่งจึงอยู่อาศัยกับพ่อและแม่ในวัย 80 กว่าปี โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเตียง ในบ้านยังมีพี่สาวกับหลานชายอีก 1 คนรวมอยู่ด้วย ทุกครั้งที่คลั่งยานายโหน่งจะกลายเป็นปีศาจ ทำร้ายร่างกายพ่อที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกร้ายไปอีกคน การถูกจับกุมครั้งนี้ชาวบ้านละแวกนั้น ยกมือท่วมหัวขอให้ติดคุกนานๆหน่อย
ส่วนกรณีที่ใช้กระสุนยางยิงถึง 4 นัดก็สยบไม่ลง เนื่องจากนายโหน่งเสพยาบ้าเกินขนาด จึงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายและมีอาวุธมีด, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่” จึงได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
