วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. พ.ต.ท.ศักดา ต้นจันทร์ สารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.เมืองนครพนม มอบหมายให้ ร.ต.อ.วิชาญ โสมศรี รอง สวป.สภ.เมืองนครพนม พร้อมชุดสายตรวจรถยนต์ ได้ออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

กระทั่งไปถึงถนนบายพาสตัดใหม่ บริเวณทางเข้าบ้านนาหัวบ่อ หมู่ 7 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ใกล้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) พบชายคนหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์สภาพเก่า ลักษณะฉวัดเฉวียนด้วยความเร็วสูง มีทั้งโยกย้ายซิกแซกอย่างผาดโผนและไม่เป็นระเบียบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการขับขี่ที่อันตราย เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงส่งสัญญาณขอตรวจสอบ
ชายคนดังกล่าวทราบชื่อต่อมาว่า นายตุลาการ (สงวนนามสกุล) หรือบูม อายุ 28 ปี เป็นชาวบ้านสำราญเหนือ หมู่ที่ 2 ต.อาจสามารถ เห็นเจ้าหน้าที่เรียกถึงกับทิ้งรถกลางถนน วิ่งหนีหน้าตั้งเข้าไปในไซต์งานของเอกชน ชุดสายตรวจวิ่งไล่ตะครุบตัวไว้ได้ แต่นายบูมซึ่งอยู่ในอาการลุกลี้ลุกลน ร่างกายไม่ยอมหยุดนิ่ง พูดวกวนไปมา ตรวจค้นใต้เบาะรถพบถุงพลาสติกบรรจุยาบ้าจำนวน 5 เม็ด นายบูมยอมรับเป็นของตนที่ซื้อมาจากคนรู้จักในพื้นที่ใกล้เคียง จึงนำตัวไปลงบันทึกจับกุมที่ห้องสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม

นายบูมยังอยู่ในอาการหลอน ให้การว่าซื้อยาบ้ามาจำนวน 10 เม็ด ราคาเม็ดละ 30 บาท เสพไปแล้ว 5 เม็ดที่เหลือก็ซ่อนไว้ใต้เบาะรถ ก่อนจะขับออกมาขับรถฝ่าเปลวแดด โดยขับซิกแซกโยกไปมา เหมือนนักบิดโมโตครอส ขณะกำลังมันในอารมณ์ก็เจอตำรวจสายตรวจ แสดงสัญญาณมือให้หยุดรถ ด้วยความตกใจจึงทิ้งรถวิ่งหนีดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ของนายบูม ว่าลูกชายถูกจับเพราะมียาเสพติดไว้ในครอบครอง โดยปลายสายบอกว่าสมควรแล้ว อยากให้ลูกติดคุกนานๆหน่อย จะได้ห่างไกลยาเสพติด ทุกวันนี้ก็อยู่อย่างหวาดระแวง เสพยาทีไรวิญญาณซุปเปอร์ฮีโร่เข้าสิงทุกครั้ง

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายบูมว่ากระทำความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,มีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายในขณะขับขี่ยานพาหนะ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
