วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. พ.ต.ท.จำรัส ศรีหาตา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ลงตรวจสอบบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 144 หมู่ 9 บ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม หลังจากที่นายวารินทร์ จันอบ อายุ 44 ปี นำหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดแจ้งความ ดำเนินคดีกับวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง โดยมีนายบิ๊กซี อายุประมาณ 17-18 ปีเป็นหัวโจก ขว้างวัตถุเข้ามาใส่บ้าน ทำให้เกิดเสียงดัง 1 ครั้ง ซึ่งกล้องจับเวลาที่เกิดเหตุได้ตอน 21.50 น. วันที่ 17 พฤษภาคมคืนที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 21.45 น. มีวัยรุ่นจำนวน 2 คน ทราบว่าชื่อนายบิ๊กซีเป็นหัวโจก สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงขาสามส่วน และเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ยืนเต้นอยู่กลางถนน ตรงหน้าบ้านหลังที่เกิดเหตุ ลักษณะก่อกวนการพักผ่อนของชาวบ้าน จากนั้นตามเวลาดังกล่าวก็ได้ปาวัตถุเข้าไปและวิ่งหลบหนี แต่ไม่พ้นสายตากล้องวงจรปิดที่จับภาพเหตุการณ์ได้ทุกการกระทำ ต่อมาเวลา 22.22 น. นายบิ๊กซีกลับมาที่หน้าบ้านอีกครั้ง พร้อมกับเพื่อนรวม 6 คน ยกมือไหว้ขอโทษคนที่อยู่ในรั้วบ้าน ซึ่งทราบภายหลังว่าชื่อนางจันทิมา จันอบ อายุ 62 ปี แม่ของนายวารินทร์ผู้เสียหาย

โดยนายวารินทร์เล่าว่าในบริเวณรั้วบ้าน มีบ้านทั้งหมด 3 หลัง คือบ้านแม่ บ้านน้องชาย และบ้านตน ซึ่งวันที่เกิดเหตุตนนอนหลับอยู่ ก็ได้ยินเสียงดัง แต่ไม่กล้าออกไปดู เพราะวัยรุ่นแถวบ้านเป็นเด็กดื้อ เกเร รวมทั้งยาเสพติดก็เยอะ จนรุ่งเช้าได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดกับน้องชาย พบว่าคนในกล้องมีความละม้ายคล้ายนายบิ๊กซีวัยรุ่นในหมู่บ้าน
จึงนำหลักฐานมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน อยากรู้ว่านายบิ๊กซีปาอะไรเข้ามาในรั้วบ้าน ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน หรืออาจมาจากสาเหตุที่ตนอบรมหลานชาย ว่า อย่าไปคบกับกลุ่มนายบิ๊กซีที่ทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล เกเรก้าวร้าวสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ส่วนที่มีภาพนายบิ๊กซียกมือไหว้ขอโทษก็ผิดบ้าน เพราะนางจันทิมาผู้เป็นแม่ นอนอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง

ต่อมา พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ.เมืองนครพนม ได้สั่งการให้ตำรวจสายสืบชุดพยัคฆ์ สภ.เมืองนครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และในชั้นต้นได้นำตัวนายบิ๊กซีมาสอบสวน โดยยอมรับว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในกล้อง โดยใช้ก้อนหินขนาดเท่ามือกำขว้างใส่หลังคาบ้านนายวารินทร์ เพราะไม่พอใจที่นายวารินทร์เวลาเมาเหล้า เด็กวัยรุ่นคนไหนขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือเดินผ่านหน้าบ้านก็จะตะโกนด่า ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยมาก จนแทบไม่มีวัยรุ่นคนไหนอยากผ่านหน้าบ้านนายวารินทร์ ตนจึงอาสาเป็นคนไปขว้างก้อนหินใส่หลังคาบ้าน เพื่อระบายแค้น โดยเต้นเยาะเย้ยก่อนจะปาก้อนหิน ยอมรับว่าผิดที่ทำเช่นนี้.
