วันที่ 30 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในจังหวัดนครพนม เร่งขยับตัวเตรียมความพร้อมอย่างคึกคัก ก่อนที่โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ โดยพากันสำรองสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเพื่อรองรับกำลังซื้อที่คาดว่าจะสะพัดอย่างหนัก
นายณัฐพล วุฒิเกียรติอนันต์ ผู้จัดการร้านโชห่วยรายใหญ่ในพื้นที่ตัวเมืองนครพนม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางร้านได้ทำการอัปเดตสต็อก จัดเรียงสินค้าใหม่ ตลอดจนทำความสะอาดเช็ดถูชั้นวางสินค้าทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าจำเป็นได้อย่างสะดวกรวดเร็วที่สุด โดยมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพอ ไม่ขาดตลาดแน่นอน สำหรับเงื่อนไขการใช้จ่ายในรูปแบบใหม่ที่ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนสมทบเอง 40%” นั้น นายณัฐพลยอมรับว่า อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชนในช่วงแรก เนื่องจากโมเดลตัวเลขมีความซับซ้อนกว่าโครงการในอดีต



สูตรการเติมเงินเบื้องต้น: ประชาชนต้องเติมเงินเข้าแอปพลิเคชันของตัวเองจำนวน 667 บาท เพื่อไปสมทบกับวงเงินที่รัฐบาลสนับสนุนให้ 1,000 บาท รวมเป็นยอดเงินรวมในระบบ 1,667 บาท นอกจากนี้ เงื่อนไขการใช้จ่ายรายวันยังระบุให้ใช้สิทธิ์จากคลังรัฐได้ไม่เกินวันละ 200 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณรวมกับสัดส่วนที่ประชาชนต้องจ่ายเองอีก 133 บาท จะทำให้มียอดใช้จ่ายจริงสูงสุดต่อวันอยู่ที่ 234 บาท ตัวเลขมันอาจจะดูคิดยากในช่วงแรก แต่เชื่อว่าหลังจากประชาชนได้ลองกดใช้จริงสัก 1-2 ครั้ง ระบบจะเคลียร์และทุกคนจะเริ่มปรับตัวจนเข้าใจได้ดีขึ้นเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้แทนร้านค้าโชห่วยรายนี้ได้ส่งสัญญาณสะท้อนไปถึงภาครัฐ โดยฝากข้อเสนอแนะว่า อยากให้รัฐบาลเร่งเปิดโอกาสและขยายช่องทางการลงทะเบียน รวมถึงช่องทางการใช้งานให้กว้างขวางและยืดหยุ่นมากกว่านี้ ทั้งในฝั่งผู้ประกอบการและฝั่งประชาชน
เนื่องจากปัจจุบันเริ่มเห็นภาพประชาชนไปยืนเข้าคิวและกระจุกตัวอยู่ตามธนาคารต่างๆ เป็นจำนวนมากเพื่อสอบถามข้อมูลหรือผูกบัญชี หากรัฐบาลเพิ่มช่องทางบริการดิจิทัลหรือกระจายจุดบริการให้มากขึ้น จะช่วยอำนวยความสะดวก ลดความแออัด และป้องกันปัญหาระบบล่มในวันดีเดย์ได้เป็นอย่างดี
