แถลงการณ์จากสำนักพระราชวังที่แผ่คลุมไปทั่วสารทิศ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2569 ได้นำพาความใจหายและกระแสธารแห่งความอาลัยมาสู่หัวใจของประชาชนอย่างยิ่งยวด เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์อย่างสงบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 นาที สิริพระชันษา 47 ปี

โดยพระกรณียกิจสมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมและพบปะประชาชนอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดในหลายโอกาส โดยเฉพาะการเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย เช่น การเสด็จฯ ช่วยเหลือน้ำท่วมที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.อุบลราชธานี ทรงงานผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการใกล้ชิดประชาชนอย่างไม่ถือพระองค์ในการลงพื้นที่ และติดตามความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทรงตั้งมูลนิธิเพื่อพึ่ง(ภา)ยามยาก ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร ทั้งการเตือนภัย การช่วยเหลือขณะเกิดเหตุ และทรงให้ความสำคัญกับการให้โอกาสทางสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสและผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้ ฯลฯ

โดยที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขณะทรงอิสริยศักดิ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปลูกต้นกันเกราไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2549 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 20 ปีพอดี ซึ่งต้นกันเกราเป็นพันธุ์ไม้ประจำ จ.นครพนม และเป็นไม้มงคลที่มีความหมายสื่อถึงความคุ้มครอง ป้องกันภัย

โดยต้นกันเกราหรือชาวอีสานจะเรียกว่าต้นมันปลา ยืนต้นอยู่เคียงข้างองค์พระธาตุพนมฝั่งทิศเหนือ โดยมีเจดีย์เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก หรือญาคูขี้หอม (พระครูขี้หอม) พระเถราจารย์แห่งวัดโพนสะเม็ก กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ผู้นำสาธุชนบูรณะองค์พระธาตุพนม ระหว่างปี พ.ศ. 2233-2335 คั่นอยู่ตรงกลางกลาง
การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ภา ได้มีประชาชนที่เดินทางไปกราบไหว้องค์พระธาตุพนม ต่างพามาดูต้นกันเกราของพระองค์ พร้อมกับคำพูดที่ว่า เห็นชื่อองค์ภาคราวใด คิดถึงท่านเป็นอย่างมากพร้อมยกมือไหว้ป้ายพระนามตรงต้นไม้พระองค์ทรงปลูก น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้.
