กาฬสินธุ์ระดมพลใหญ่! เรือประมง 10 ลำ อาสาสมัคร 50 ชีวิต ลุยทอดแหตลอดแนวริมเขื่อนลำปาว บ้านคำเขื่อนแก้ว หลังสัญญาณเตือนภัยเอเลี่ยนสปีชีส์ปรากฏชัด พบอีก 44 ตัวใน 2 กม.ทำให้ยอดรวมใน 3 อำเภอ 99 ตัว ขณะที่ชาวบ้านเผยเห็นเงาต้องสงสัยมากว่า 2 ปีแล้ว

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สถานการณ์ปลาหมอคางดำในภาคอีสานเริ่มน่าจับตา เมื่อกรมประมงจับมือหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดปฏิบัติการ “ประมงอาสาค้นหาปลาหมอคางดำ เขื่อนลำปาว” ที่บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว หมู่ 16 ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย หลังตรวจพบว่าจุดนี้มีปลาหมอคางดำกระจุกตัวหนาแน่นกว่าหลายพื้นที่ที่เคยสำรวจมาก่อน

นำทัพโดย นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายอำเภอสามชัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ประมงอาวุโส ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน ผนึกกำลังกันอย่างพร้อมเพรียง

โดยปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีการระดมเรือประมงพื้นบ้านกว่า 10 ลำ และอาสาสมัครกว่า 50 คน กระจายกำลังทอดแหสำรวจยาวตลอดแนวริมเขื่อนกว่า 2 กิโลเมตร โดยก่อนลงมือ เจ้าหน้าที่ได้ซักซ้อมทำความเข้าใจให้ทุกคนเก็บ “ปลาทุกชนิด” ที่จับได้ ไม่ใช่แค่ปลาหมอคางดำ เพื่อนำไปให้นักวิชาการตรวจสอบองค์ประกอบประชากรปลาทั้งระบบ

ทั้งนี้ผลการสำรวจช่วงเช้าที่ผ่านมาเบื้องต้นบริเวณดังกล่าว ณ เวลาประมาณ 11.00 น. พบปลาหมอคางดำแล้ว 44 ตัว โดยมีไข่ในท้องพร้อมขยายพันธุ์ 10 ตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบอีก 1 ตัวที่บ้านดงน้อย ท่าเรือภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ อีก 1 ตัว ทำให้รวมทั้ง 3 อำเภอ ยอดสะสมพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวแล้รวม 99 ตัว ทว่าตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เพราะภารกิจยังดำเนินอยู่ ต้องรอสรุปผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ไฮไลต์ที่ทำให้เรื่องนี้น่าติดตามยิ่งขึ้น คือคำบอกเล่าของ นายณัฐพล ศรีสว่าง ชาวประมงพื้นบ้านวัย 38 ปี ที่เผยว่าตนสังเกตเห็นปลาลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวมานานเกือบ 2 ปีแล้ว โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมที่จะพบเยอะเป็นพิเศษตามริมเขื่อน เมื่อเทียบกับภาพข่าวปลาหมอคางดำในภาคกลางก็พบว่าหน้าตาคล้ายกันมาก

ที่ผ่านมาชาวบ้านจับได้ก็นำปลาตัวใหญ่มาทำอาหาร ส่วนตัวเล็กก็เอาไปเป็นอาหารสัตว์ไปตามเรื่อง แต่สิ่งที่ชาวประมงกังวลคือ หากปล่อยให้ขยายพันธุ์ต่อไปเรื่อย ๆ อาจกระทบสัตว์น้ำและลูกปลาพื้นถิ่นชนิดอื่น ในขณะที่การกำจัดออกจากเขื่อนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่แบบนี้ “ทำได้ยากมาก”

นายณัฐพลยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าในอดีตอาจมีการนำลูกปลาบางชนิดมาใช้เป็นเหยื่อตกปลา แล้วส่วนที่เหลือรอดถูกปล่อยลงแหล่งน้ำจนแพร่พันธุ์ต่อมา แต่นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากประสบการณ์ชาวบ้านเท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุปทางวิชาการยืนยัน ต้องรอการตรวจสอบจากกรมประมงต่อไป

ด้านประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ระบุว่า ข้อมูลที่เก็บได้ครั้งนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบประชากรปลาทั้งชนิดและจำนวน เพื่อประเมินว่าปลาพื้นถิ่นยังสมบูรณ์อยู่หรือมีแนวโน้มลดลง โดยจะมีการสำรวจซ้ำอีกครั้งในช่วง 3 เดือน และ 6 เดือน ข้างหน้า ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดไปกำหนดมาตรการควบคุมและบริหารจัดการที่เหมาะสมต่อไป

หากพบว่าปลาหมอคางดำมีแนวโน้มแพร่กระจายเพิ่มขึ้น เขื่อนลำปาวอาจกลายเป็นพื้นที่เฝ้าระวังแห่งใหม่ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในอีสาน
