ชุดสืบสวนภ.จว.กาฬสินธุ์ ร่วมกับชุดสืบสวนสภ.ยางตลาด แกะรอยกล้องวงจรปิดตามจับตัวโจรกระชากสร้อยคอทองทำแม่ค้า พบประวัติโชกโชน ถูกดำเนินคดีมาแล้ว 9 ครั้ง ขณะที่แม่ค้าขอบคุณตำรวจที่เอาใจใส่ เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว

วันที่ 19 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว. กาฬสินธุ์,พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์, พ.ต.อ.ไทรัฐ สมฤทธิ์ ผกก.สภ.ยางตลาด , พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ นาสมตรอง รอง.ผกก.สส. สภ.ยางตลาด สั่งการให้ชุดสืบสวนภ.จว.กาฬสินธุ์ ร่วมกับชุดสืบสวนสภ.ยางตลาด จับกุมตัวนายวิเชียร หรือเชียร บุญสิทธิ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 3 ตำบลกุดใส้จ่อ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.464/2569 ลงวันที่ 19 กันยายน 2569

หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ กระชากสร้อยคอทองคำแม่ค้าในตลาดสดบ้านเสียว ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ที่บริเวณลานจอดรถหน้าโรงเรียนบ้านเสียววิทยาสรรพ์ ตรงข้ามตลาดสด เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ 2 บาท เสื้อผ้า หมวกกันน็อก และรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก ตำรวจสภ.ยางตลาด ได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายใช้รถจยย.ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยการกระชากสร้อยคอทองคำของแม่ค้าตลาดสดบ้านเสียว ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ที่บริเวณลานจอดรถหน้าโรงเรียน ตรงข้ามตลาดสด หลังรับแจ้งชุดสืบสวนภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ร่วมกับชุดสืบสวนสภ.ยางตลาด พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พร้อมทั้งเร่งแกะรอยกล้องวงรปิดตามเส้นทางก่อนที่คนร้ายจะมาก่อเหตุ พบว่า คนร้ายได้ขี่รถจยย.ไปตามเส้นทางต่างๆใกล้กับที่เกิดเหตุหลายจุด พร้อมทั้งเดินเข้าไปในตลาดสดบ้านเสียว ต.หัวงัว อ.ยางตลาด เพื่อหาเหยื่อด้วย รวมทั้งแกะรอยเส้นทางหลังก่อเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือนายวิเชียร หรือเชียร บุญสิทธิ์ อายุ 31 ปี ชาว อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว

ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายวิเชียร ยังพบว่า เคยถูกจับ และถูกดำเนินคดี ทั้งข้อหาเกี่ยวกับลักทรัพย์ และยาเสพติดมาแล้ว 9 ครั้ง แต่หลังพ้นโทษออกมาก็ไม่เข็ดหลาบยังมาก่อเหตุอีก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์ (สร้อยคอทองคำ) โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

อย่างไรก็ตามขณะที่แม่ค้า ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาดูหน้าผู้ก่อเหตุ และรู้สึกดีใจที่ได้ทรัพย์สินคืน พร้อมกล่าวขอบคุณตำรวจทุกนายที่เอาใจใส่ และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว
