กรมประมงระดมจิตอาสาลงแห ตุ้ม ลอบ ตาข่าย ค้นหาศัตรูตัวร้ายข้ามคืน ขยายพื้นที่ 4 จุดรอบเขื่อนลำปาว พบเพิ่มอีก 2 ตัวในเช้านี้ ขณะที่ผู้ประกอบการแปรรูปปลากังวลหนัก หวั่นระบบนิเวศพัง เขื่อนกว้างเกือบ 6,000 ตร.กม. จะสู้ไหวหรือ?

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 69 สถานการณ์ปลาหมอคางดำ เอเลียนสปีชีส์ตัวร้าย ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ยังไม่คลี่คลาย เมื่อกรมประมงเดินเกมรุกเปิดปฏิบัติการ “Re-x-ray” ค้นหาปลาหมอคางดำครั้งที่ 2 ระดมพลจิตอาสาด้านประมงลงพื้นที่ตั้งแต่เย็นวันที่ 15 ต.ค. ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 16 ต.ค.

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดยสำนักงานประมง จ.กาฬสินธุ์ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองอำเภอหนองกุงศรี โดยมี นายจารุวัตร ภูแก้ว นายอำเภอหนองกุงศรี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมสนับสนุน ตามนโยบายของรัฐบาลและกรมประมง

ขยายวงค้นหา 4 จุดเสี่ยง ระยะทางกว่า 32 กม.
จากเดิมที่ค้นหาเฉพาะบริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ครั้งนี้ขยายพื้นที่ปูพรมรอบเขื่อนลำปาว เขต อ.หนองกุงศรี รวม 4 จุดสำคัญ ได้แก่
บ้านนาอวน ต.หนองสรวง
บ้านโคกครึม ต.หนองหิน
บ้านสามขา ต.หนองบัว
บ้านน้อยดอนหม่วย ต.เสาเล้า

จิตอาสาใช้ทั้งแห ตุ้ม ลอบ และตาข่าย กวาดล้างตลอดทั้งคืน ผลปรากฏว่าช่วงเช้าจับปลาหมอคางดำได้อีก 2 ตัว ส่งผลให้ยอดสะสมพุ่งเป็น 419 ตัว ขณะที่ภารกิจยังไม่จบ ยังรอผลจากทีมต่าง ๆ ส่งเข้ามาเป็นระยะ

ไล่ล่ามาตั้งแต่ 31 ส.ค. – ท่าเรือ นาอวน คำเขื่อนแก้ว คือจุดแดง
นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมง จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ 31 ส.ค. ที่ชาวประมงพื้นบ้านจับปลาหมอคางดำได้ในเขื่อนลำปาว จากนั้นกรมประมงลงพื้นที่ให้ความรู้ชาวประมงเรื่องการสังเกตและแจ้งเบาะแสอย่างต่อเนื่อง ก่อนเปิดปฏิบัติการประมงอาสาครั้งแรกเมื่อ 18 ก.ย. ที่บ้านคำเขื่อนแก้ว พร้อมชูมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ”

ต่อมาวันที่ 26 ก.ย. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมประกาศบูรณาการ 29 หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุกภายใต้คำขวัญ “ค้นให้เจอ จับให้เร็ว หยุดการแพร่กระจาย” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และ ส.ส.กาฬสินธุ์ หลายเขตร่วมต้อนรับ

หลังจากนั้นประมงอาสาจับปลาได้เรื่อย ๆ จนยอดแตะ 417 ตัว ก่อนปฏิบัติการล่าสุดจะเพิ่มเป็น 419 ตัว นับจากวันแรกที่พบรวม 45 วัน ขณะที่ปฏิบัติการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” ดำเนินมาแล้ว 28 วัน

พื้นที่พบปลากระจุกตัวใน 3 จุด ได้แก่ บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ บ้านนาอวน ต.หนองกุงศรี และ บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ซึ่งพบมากที่สุด
ผู้ประกอบการแปรรูปปลา ผวา ขอรัฐใช้มาตรการเด็ดขาด
ด้านนางสาวดุษฎี ถาบัว อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการแปรรูปปลาเขื่อนลำปาว บ้านทับปลา ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี เล่าว่า ชุมชนยึดอาชีพประมงเป็นหลัก ครอบครัวรับซื้อปลามาแปรรูปเป็นปลาส้ม ปลาเค็ม และปลาร้า ขายดีมาก โดยใช้ปลาตะเพียนเป็นวัตถุดิบหลัก บางช่วงปลาไม่พอขาย ต้องสั่งจากภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี และอ่างทอง ราคา กก.ละ 35 บาท ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและกำไรลดลง

“รู้สึกไม่สบายใจเลย” นางสาวดุษฎีระบุ เพราะทราบว่าปลาหมอคางดำขยายพันธุ์เร็ว กินปลาเล็กและลูกปลาชนิดอื่นเป็นอาหาร อาจทำให้ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติลดจำนวนลง และอาจสูญพันธุ์ในอนาคต เธอยอมรับว่าเครียดทุกครั้งที่ได้ยินข่าวชาวประมงจับได้รายวัน

“ไม่อยากให้มีปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว อยากให้รัฐบาลมีมาตรการกำจัดขั้นเด็ดขาดในเร็ววัน” นางสาวดุษฎีกล่าว พร้อมให้ความเห็นว่าหากทำเพียง “เจอ แจ้ง จับ” คงไม่จบง่าย ๆ เพราะเขื่อนลำปาวมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึงเกือบ 6,000 ตารางกิโลเมตร
