ผบช.ภาค 3 แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาบ้า 4 คดีสำคัญ ยึดยาบ้ารวม 18,202,200 เม็ด ผู้ต้องหา 8 คนเป็น คนลาว 2 คน คนไทย 6 คน ยึดรถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน รถไถนาเดินตาม 1 คัน
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยมี พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.ภาค 3 พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาค 2 /รอง ผบ.นบ.ยส.24 (1) พล.ต.ต.จิรศักดิ์ ไกรเพชร









ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี นายสรชาย ครองยุทธ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นพ.พิทักษ์พงษ์ จันทร์แดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี พ.อ.ปรัชญา หล้าวิเศษ รอง ผบ.ทก.กกล.สุรนารี นายมานพ แสงโสทร ผอ.ปปส.ภาค 3 และ พ.ต.ท.ธนพัน สุพัฒนวรางกูร รอง ผกก.ตชด 22 ร่วมแถลงผลการจับกุม ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งยกระดับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ โดยมีผลการดำเนินการสำคัญ 4 คดี
คดีแรก สกัดยาบ้า 5,002,000 เม็ด ผู้ต้องหา 4 ราย เป็นคนลาว 2 ราย คนไทย 2 ราย ยึดรถไถนาเดินตาม 1 คัน เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ร่วมกับทหารจากกองกำลังสุรนารี โดย ทก.กกล.สุรนารี/บก.ควบคุมที่ 4 ดักซุ่มจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย เป็นคนลาว 2 ราย คนไทย 2 รายที่บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมถนนลูกรังด้านทิศตะวันออกบ้านหินสูง ม.5 ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ห่างจากชายแดนประเทศไทย-สปป.ลาว ประมาณ 2 กิโลเมตรพร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 5,002,000 เม็ด
คดีที่สอง สกัดยาบ้า 3,000,000 เม็ด ยึดรถยนต์กระบะ 1 คัน เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งว่าพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กย – 6679 นครราชสีมา จอดอยู่ในถนนของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางตัน โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ และไม่ปิดประตูรถฝั่งคนขับ แต่ไม่พบคนขับ มีแต่รองเท้าทิ้งไว้ในรถ 1 ข้าง ภายในรถพบกระสอบหลายใบ อาจจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.อุบลราชธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ชป.ปส.ภ.จว.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ชุดสายสืบ สภ.น้ำขุ่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.น้ำขุ่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบกระสอบ จำนวน 15 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า 3,000,000 เม็ด
คดีที่สาม สกัดจับยาบ้า 7,200,200 เม็ด ผู้ต้องหา 4 ราย ยึดรถจักรยานยนต์ 5 คัน
เมื่อเวลา 06.50 น.วันที่ 6 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.บุณทริก ร่วมกับชุดปฏิบัติการด้านการข่าว ศูนย์ปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 225 บรูณาการร่วมกัน ทำการซุ่มเฝ้าตรวจสกัดที่ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยโดน บ.โนนสูง ต.โพนงาม อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 36 กระสอบ จำนวน 7,200,200 เม็ด รถจักรยานยนต์ 4 คัน
คดีที่สี่ ตรวจยึดยาบ้า 3 ล้านเม็ด ยึดรถยนต์กระบะ 2 คัน เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 6 พฤศจิกายน ฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบรถกระบะต้องสงสัย 2 คัน จอดทิ้งไว้บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโตนด หมู่ที่ 11 ต.ขนุน อ.กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ แค็บ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ยท- 6807 นครราชสีมา บรรทุกกระสอบปุ๋ยจำนวน 15 กระสอบ ภายในกระสอบพบยาบ้าจำนวน 3 ล้านเม็ด ส่วนรถยนต์กระบะอีกคัน เป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า แค็บ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 2 ฒษ 3659 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายภายในรถ
พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.ภาค 3 กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดถือเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ ให้เร่งรัดขยายผลการจับกุมในทุกคดี โดยการทำงานจะต้องไม่หยุดเพียงผู้ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด แต่ต้องสืบสวนไปถึง กลุ่มนายทุน ผู้สั่งการ และผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมให้ใช้มาตรการทางกฎหมายในการตรวจสอบ ยึด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อทำลายทั้งเครือข่ายและเส้นทางการเงิน ตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้รวมยาบ้า 18,202,200 เม็ด รวมถึงยึดรถยนต์ 3 คันรถจักรยานยนต์ 5 คัน และรถไถนาเดินตาม 1 คัน ถือเป็นการขยายผลเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ทั้งในประเทศและข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม
//////////////////////
