ตรอมใจข้ามปี ผู้ปกครองคนพิการกาฬสินธุ์ วอน รมว.พม.สางปัญหายักยอกเงิน ม.35

ตรอมใจข้ามปี กรณีผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ ออกมาร้องเรียนเรื่องเงินดูแลคนพิการ  โครงการจ้างเหมาบริการ ตามมาตรา 35 คน คนละ 9,125 บาทต่อเดือน ขณะที่ชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ จ่ายให้เพียงคนละ 2,000- 4,000 บาท  แต่การตรวจสอบของคณะกรรมการ กลับลงความเห็นว่าเป็นการกระทำผิดร่วม วอนรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รื้อฟื้นและตรวจสอบ คืนความเป็นธรรมให้คนพิการทั่วประเทศ

                เมื่อวันที่ 21 มกราคม  2563 ที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ จ.กาฬสินธุ์ เลขที่ 24 หมู่ 1 บ้านเสริมชัยศรี  ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์  นางฐานิดา อนุอัน อายุ 47 ปี และคณะกรรมการเครือข่าย ได้รวบรวมเอกสารการร้องเรียนต่อหลายหน่วยงาน เพื่อสรุปผลการเรียกร้อง และขอความเป็นธรรมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางฐานิดากล่าวว่าตนเป็นมารดาน.ส.อทิตยา อนุอัน หรือน้องอี๊ฟ อายุ 18 ปี ซึ่งมีความพิการทางสติปัญญา นอกจากนี้ยังดูแลบิดาวัย 76 ที่เป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และมารดาวัย 75 ปีที่ดวงตาพิการ เมื่อปี 2561ได้สมัครเข้ารับสิทธิดูแลคนพิการทางสติปัญญา กับชมรมผู้ปกครองคนพิการฯ จ.กาฬสินธุ์ และผู้ปกครองอีกหลายราย โดยมีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเข้ามาสนับสนุนด้านเงินค่าจ้างตามมาตรา 35ซึ่งจะได้รับคนละ 109,500 บาทต่อปี หรือเดือนละ 9,125 บาทแต่กลับได้รับจริงเพียงคนละ2,000- 4,000 บาท  พอทราบความจริงในภายหลังว่าถูกยักยอกเงินค่าจ้าง จึงร้องเรียนต่อประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการส่วนกลาง, สถานีตำรวจ, ศูนย์ดำรงธรรม, ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยฯ, สำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงาน ปปช., ปปท.และ สตง.

นางฐานิดากล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากร้องเรียน ทางจ.กาฬสินธุ์ โดยนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ ปปท.ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ จ.กาฬสินธุ์ด้วย

“การตรวจสอบโดยคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธาน ทราบว่าได้มีการปรับเปลี่ยนกรรมการ 2-3 ชุด ก่อนที่จะประกาศผลการตรวจสอบว่าทางฝ่ายผู้ปกครองคนพิการ ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน มีส่วนกระทำความผิดร่วมกับประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาฯ โดยอ้างว่าผู้ปกครองคนพิการรู้เห็นเป็นใจกับประธานชมรมในการหักเงินค่าจ้าง จึงสรุปผลให้ผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา และประธานชมรมฯ ร่วมรับผิดชอบ โดยคืนเงินชดเชยให้กับบริษัทเอกชนดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ตนและผู้ปกครองคนพิการ ไม่ได้รับความเป็นธรรม และทำใจไม่ได้กับผลการตัดสินของคณะกรรมการ เพราะขัดกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่มีหลักฐานส่อทุจริตชัดเจน ทั้งการเก็บสมุดบัญชี และบัตรกดเงิน การยักยอกเงินค่าจ้าง การสร้างเอกสารทางราชการเท็จ เป็นต้น

เมื่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยมีนายสนั่น  พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์เป็นประธาน ออกมาดังกล่าว ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ปกครองคนพิการเป็นอย่างมาก จึงได้ตัดสินใจเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 จุดหมายที่เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการส่วนกลาง เพื่อรณรงค์ให้คนพิการออกมาเรียกร้องสิทธิ์ ให้รู้ถึงสิทธิ์ที่แท้จริงของคนพิการที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย โดยใช้เวลาเดินประมาณ 40 วัน

นางฐานิดากล่าวในตอนท้ายว่า วันนี้ผู้ปกครองคนพิการยังอยู่กันอย่างหดหู่ รู้สึกผิดหวังจากการร้องเรียนที่ยังเงียบหาย ยังมีผู้แอบแฝงเอาผลประโยชน์ของคนพิการอยู่อย่างเดิม แต่พวกเราก็ยังไม่สิ้นหวัง จึงรวบรวมเอกสาร เพื่อลุกออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่ง และอยากวิงวอนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีนโยบายเคร่งครัดในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ได้ทบทวนผลการตรวจสอบใหม่ เพื่อความเป็นธรรมและคืนสิทธิ์ให้คนพิการทั้งประเทศด้วย

สำหรับปัญหาดังกล่าว ซึ่งนางฐานิดา ได้ออกมาร้องเรียนเป็นคนแรก ระบุว่าชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ ยักยอกเงินค่าจ้างเหมา ตามมาตรา โดยทางชมรมฯ จ่ายให้รายเดือนแค่คนละ 2,000 – 4,000 บาท จากเดือนละ 9,125 บาท จึงเรียกร้องภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ แต่เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปี กลับไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ผู้ปกครองคนพิการ จึงเครียด เป็นทุกข์ และอยู่ในอาการตรอมใจ เพราะกลายเป็นว่าตกเป็นแพะที่ต้องรับบาป กับคนที่กระทำความผิดด้วย

Last Updated on 21/01/2020 11:35:37 by อินทรีภูพาน