ข่าวอัพเดทรายวัน

มุกดาหาร บก.ปทส ร่วมไซเตส ล่อซื้อลูกเสือโคร่ง 4 ตัวจากอดีตตำรวจนอกราชการ

มุกดาหาร- กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนธิกำลังกับด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร (ไซเตส) ล่อซื้อลูกเสือโคร่งจำนวน 4 ตัว มูลค่า 2 ล้านบาท ผู้ต้องหา 1 คน พร้อมด้วยรถยนต์ สารภาพได้ค่าจ้างตัวละ 20,000 บาท

วันนี้ 15 พ.ย. 65 พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชานี) พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี รอง ผกก.บก ปทส. นายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.1 (ดงบังอี่) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชานี) ร่วมกันกับกุม นายถนัด วงศ์สาร บ้านเลขที่ 164 หมู่ที่ 12 ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยของกลางลูกเสือโคร่งจำนวน 4 ตัว ( ตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว ) รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีดำเทา รุ่นรีโว่ตอนเดียว หมายเลขทะเบียน ผจ – 6357 เชียงราย

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.32 น. (วันที่ 15 พ.ย.) พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชานี) พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี รอง ผกก.บก ปทส. ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร , เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.1 (ดงบังอี่) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชานี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปทส. เข้าจับกุมผู้ต้องหา ทราบชื่อนายถนัด วงศ์สาร บ้านเลขที่ 164 หมู่ที่ 12 ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ขับรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมด้วยลูกเสือจำนวน 4 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อแล้วได้มีการนัดหมายที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อยู่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

จากการสอบถามนายถนัด ฯ ผู้ต้องหา ยังให้การวกไปวนมา พร้อมยืนยันว่าลูกเสือดังกล่าวจะนำไปเลี้ยงเอง ไม่ได้มีการนัดหมายซื้อขาย ซึ่งลูกเสือจำนวน 4 ตัว เป็นเสือมาจากต่างประเทศ มีคนนำมาส่งที่ริมทางแล้วตนเองก็ไปรับ ส่วนที่มาของเสือนั้นยังไม่แน่ใจว่ามาจากธรรมชาติหรือเป็นเพาะเลี้ยง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายถนัด ฯ ผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลางทั้งหมด และได้แจ้งข้อหามีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป