จากกรณีเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 มีผู้ใช้เฟสบุ๊กใช้ชื่อ ภูดิศ ชมชื่นดี อยู่กับ ส.กำนันอ้วน ได้โพสต์ภาพและข้อความว่าโจรลักทรัพย์ วันเดียวงัด 7หลัง แถมใจเย็นหิวน้ำ หาน้ำกิน หลบฝนอีเป็นชั่งโมง เดี๋ยวเจอกัน ขอไล่ล่าหน่อยกัดไม่ปล่อยครับ อาชญากรรมในพื้นที่ # สกำนันอ้วนจัดให้ ได้ข่าวว่าโจรได้ทองไป 4 บาท โจรงัดบ้าน 7หลังวันเดียว

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 26 ส.ค.2568 ที่ผ่านมา นายภูดิศ ชมชื่นดี (กำนันอ้วน)ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านเรือนของชาวบ้านที่หมู่ที่ 9 (โครงการบ้านสุมาลี) ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ใกล้สถานีไฟฟ้าฝ่ายผลิตพร้อมกันทีเดียว 7 หลังคาเรือน โดยเข้า-ออก ทางด้านหลังของโครงการหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทุ่งนาลับตาคน โดยคนร้ายได้ลักทรัพย์ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. (ตามเวลาในกล้องวงจรที่จับภาพได้) ซึ่งไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด ถือเป็นบุคคลอันตรายจึงอยากให้ทุกหมู่บ้านเฝ้าระวังบุคคลตามภาพดังกล่าว เบื้องต้นได้แนะนำให้ผู้เสียหายทั้งหมดไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านที่เกิดเหตุพบคนร้ายเป็นชาย 1 คน ใช้ผ้าอำพรางใบหน้า สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ มีตัวอักษรด้านหลัง สวมกางเกงยืนขายาว สีดำ สวมรองเท้าแตะแบบคีบ และสวมถุงมือ เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ 343 ม.9 ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมีร่องรอยการงัดเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัว ภายในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งได้ล็อคไว้




จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายได้ขับรถกระบะยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น Triton สีขาว หมายเลขทะเบียน บล 9017 สุรินทร์ มาใช้ในการก่อเหตุ จากการตรวจสอบผู้ครอบครองรถดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาชื่อนายสุรเชษฐ์ หรือ ป้อมบรรพต อายุ 33 ปี ที่อยู่ 129 ม.14 ต.ปรือ อ.ปราสาทจ.สุรินทร์ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์
ต่อมา วันนี้ (27 ส.ค. 2568) เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้สืบสวน ติดตามคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทราบว่า นายสุรเชษฐ์ หรือ ป้อมบรรพต อายุ 33 ปี (คนร้ายที่ก่อเหตุ) พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 129 ม.14 ต.ปรือ อ.ปราสาทจ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแล้วว่า “หากเนิ่นช้าเกินกว่าจะขอหมายค้นได้ตามระเบียบ สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด/ได้มาจากการกระทำความผิด พยานหลักฐานที่ใช้พิสูจน์การกระทำความผิดอาจถูกโยกย้าย หรือทำลายลงเสียก่อน” จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 129 ม.14 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เมื่อเดินทางไปถึงพบ นายสุรเชษฐ์ หรือ ป้อมบรรพต อายุ 33 ปี นั่งอยู่บริเวณหลังบ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัว พร้อมกับควบคุมตัวนายสุรเชษฐ์ และให้ดูคลิปภาพวงจรปิด ว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านหลังดังกล่าวจริง และยังพบรถกระบะยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น Triton สีขาว หมายเลขทะเบียน บล 9017 สุรินทร์ (ของกลางรายการที่ 1) ซึ่งเป็นรถที่นายสุรเชษฐ์ฯ ใช้ในการขับขี่มาก่อเหตุและหลบหนี
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนายสุรเชษฐ์ฯว่าเสื้อผ้าที่ใส่ในการก่อเหตุและทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุอยู่ที่ใด นายสุเชษฐ์ฯ ได้บอกว่าซุกซ่อนอยู่บริเวณโรงจอดรถข้างบ้านหลังดังกล่าว และได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไปตรวจยึดคือเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้า สกรีน “กองทัพบก ร.1 พัน.1 รอ.” จำนวน 1 ตัว (ของกลางรายการที่ 2) ซึ่งนายสุรเชษฐ์ฯ ใช้ในการอำพรางใบหน้า , กางเกงยีนส์ ยี่ห้อ writeuer jeans จำนวน 1 ตัว (ของกลางรายการที่ 3) , รองเท้าแตะ ยี่ห้อ นันยาง สี ขาว-น้ำเงินจำนวน 1 คู่ (ของกลางรายการที่ 4) (ของกลางรายการที่ 2-4) นายสุรเชษฐ์ฯใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ
จากการสอบถามว่าเสื้อยืดแขนยาวสีดำ มีตัวอักษรด้านหลัง ที่นายสุรเชษฐ์ฯสวมใส่ขณะก่อเหตุอยู่ที่ใด นายสุรเชษฐ์ฯ บอกว่าได้โยนทิ้งบริเวณถนนเส้น 24 ปราสาท-ประโคนชัย และได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจยึด เงินสดจำนวน 18,000 บาท บรรจุอยู่ในถุงผ้าสีขาว (ของกลางรายการที่ 5-8) ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างโรงจอดรถดังกล่าว และรับว่าเงินสดจำนวนดังกล่าวได้มาจากการลักทรัพย์บ้านจำนวนหลายหลัง ใกล้เคียงบ้านที่เกิดเหตุ และได้ลักทรัพย์จากบ้านเลขที่ 343 ม.9 ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ จำนวน 1 เส้น และแหวนทองคำจำนวน 1 วง จึงได้นำไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่งในตัว อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้เงินมาจำนวน 16,000 บาท พร้อมกับพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บริเวณคลองนำของกลางไปทิ้งตรงจุดกลับรถถนนปราสาท-ประโคนชัย บ้านยาง ม.4 ต.กังแอน อ.ปราสาท ซึ่งเป็นจุดที่ได้ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุและตลับใส่ทองและใบจำนำทองที่บริเวณดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบ ตลับใส่ทอง ห้างทองเยาวราช ราม 2 สีส้ม จำนวน 1 ตลับ (ของกลางรายการที่ 9) ไม่พบเสื้อหรือใบจำนำทองแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายสุรเชษฐ์ฯไปที่โรงรับจำนำ อ.ปราสาท และพบว่านายสุรเชษฐ์ฯได้นำทองมาจำนำจริง จึงได้ตรวจยึดสำเนาตั๋วรับจำนำทอง โรงรับจำนำ จำนวน 1 ใบ (ของกลางรายการที่ 10) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวนายสุรเชษฐ์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ตรวจยึดมาที่ทำการสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผล และแจ้งข้อหากระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยทำลายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองทรัพย์นั้นหรือรับของโจร โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”อีกด้วย
