วันที่ 12 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมโพนสวรรค์ โรงแรมพักพิงอิงโขง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง โดยมี ดร.วินัย วังพิมูล ผู้อํานวยการกองการต่างประเทศ สทนช. กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประมง สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นต้น รวมทั้งประธานเครือข่ายและตัวแทนภาคประชาชนจังหวัดริมแม่น้ำโขง คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้าร่วม




ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนริมฝั่งโขง สทนช. จึงได้ดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสนับสนุนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยมุ่งเน้นพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงของประเทศไทย ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ครอบคลุมชุมชนริมโขงกว่า 4,500 หมู่บ้าน และประชากรไม่น้อยกว่า 15 ล้านคน ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่ชุมชนเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยแนวทางการแก้ปัญหาโดยอิงธรรมชาติ (Nature-based Solution: NbS) และการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ (Ecosystem-based Adaptation: EbA) เพื่อพัฒนาแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรในระดับชุมชน รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและการขยายผลในอนาคตให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ลุ่มน้ำโขงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของระดับน้ำและสภาพภูมิอากาศว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาจะมุ่งใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-Based Solutions) เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนควบคู่กับการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยขณะนี้แม่น้ำโขงมีระดับต่ำกว่าตลิ่ง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังพายุหมุนเขตร้อนช่วงปลายกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น ศูนย์อำนวยการน้ำส่วนหน้าชั่วคราวลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย จึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการป้องกัน อาทิ การแจ้งเตือนและการวางแนวกระสอบทราย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำโขงหนุนสูงและป้องกันน้ำล้นตลิ่ง
