รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำทีมลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก จากเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิตพร้อมกัน 3 คน ขณะพยายามเข้าช่วยหลานชายที่ประสบเหตุลื่นตกน้ำในบริเวณน้ำท่วมนาข้าว


วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่จังหวัดยโสธร นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย นางสาวภรณ์ชนก ตั้งศิริกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร และ นางสุมิตรา นาแสวง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่บ้านโนนตูม หมู่ที่ 5 ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ดูแลสภาพจิตใจ และมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักถึง 3 ราย จากเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิต ขณะพยายามเข้าช่วยเหลือหลานชายที่ประสบเหตุลื่นตกลงไปในบริเวณน้ำท่วมนาข้าวใกล้กับลำเซบาย เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า


โดยเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณใกล้กับสะพานข้ามลำเซบาย ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างบ้านโนนตูม อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร และบ้านท่ายางชุม ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันจนทำให้ระดับน้ำในลำเซบายเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ในวันเกิดเหตุ เด็กชายเอ(นามสมมติ) อายุ 14 ปี ได้เกิดพลัดตกลงไปในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ผู้เป็นปู่และย่าเห็นเหตุการณ์จึงได้พายเรือของชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นออกไปเพื่อช่วยเหลือ โดยให้หลานชายเกาะแต่ด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวทำให้ขึ้นมาบนเรือไม่ได้ ด้วยความห่วงใยหลานชายปู่และย่า จึงกระโดดลงน้ำไปช่วยแต่ก็หมดแรง จมหายไปกับสายน้ำ เมื่อลุงของเด็กชายเห็นดังนั้นจึงได้กระโดดลงไปช่วยทันที แต่เนื่องจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้หมดแรงและจมหายไปเช่นกัน ขณะเดียวกันชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างเข้ามาพยายามช่วยเหลือจนทำให้เด็กชายเอกลับขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย
สำหรับการลงพื้นที่ของนายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรในครั้งนี้ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมทั้งได้ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายละ 2,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ จังหวัดยโสธรได้มีการประกาศให้พื้นที่อำเภอป่าติ้วเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าว ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพรายละไม่เกิน 29,700 บาท และเนื่องจากผู้เสียชีวิตบางรายเป็นเสาหลักของครอบครัว


จึงมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีกรายละไม่เกิน 29,700 บาท เพื่อเป็นการเยียวยาและสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ โดยโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงอันตรายจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด โดยหน่วยงานภาครัฐจะยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อไป
