วันที่ 25 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุสุดระทึกหลัง นางสาวลีลาวดี ยอดทอง ชาวอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เดินทางกลับมาพร้อมลูกชาย นายปลายฟ้า อายุ 17 ปี หลังถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ลวงไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา และถูกขู่ทำร้าย–ทรมาน หากทำยอดไม่ได้

นางสาวลีลาวดี เล่าว่า ลูกชายหายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 68 ถูกหลอกให้ไปทำงานเว็บพนันออนไลน์ ก่อนถูกลำเลียงข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังฝั่งกัมพูชา เมื่อถึงที่หมายกลับถูกบังคับทำงานเป็น “บัญชีม้า–สแกมเมอร์” หลอกคนไทยให้โอนเงิน หากทำยอดไม่ได้จะถูกลงโทษ ลูกชายโทรมาหาตนด้วยเสียงสั่นเครือ บอกว่าถูกกดดันหนัก กลัวว่าจะถูกซ้อมหรือขายต่อให้แก๊งอื่น และถูกบังคับให้จ่ายค่าไถ่ตัวจำนวน 34,200 บาท หากอยากกลับบ้าน ด้วยความเป็นห่วงลูก จึงกัดฟันโอนเงินตามที่ถูกเรียก พร้อมทั้งกลัวว่าลูกอาจเป็นอันตรายเหมือนข่าวเหยื่อรายอื่นที่เคยถูกทำร้ายและเสียชีวิต
หลังโอนเงิน ลูกชายถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่ปอยเปต ก่อนที่แม่จะรีบเดินทางไปขอความช่วยเหลือจาก นายพงศ์นริศร์ ภาสินีนนท์ หัวหน้าศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน จนสามารถพาตัวกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย

นายพงศ์นริศร์ เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายที่ฝั่งกัมพูชานั้นเป็นเรื่องของพื้นที่ ไม่เกี่ยวกับทางศูนย์ แต่ยืนยันว่าพร้อมช่วยคนไทยทุกคนให้กลับบ้านอย่างปลอดภัยที่สุด
ด้าน นายปลายฟ้า ผู้รอดจากขบวนการคอลเซนเตอร์ เล่าว่า ถูกบังคับให้แชทหลอกเหยื่อผ่านไลน์–เฟซบุ๊ก ใช้ภาพอวตารจีบเหยื่อให้หลงรักแล้วลวงให้โอนเงิน ตลอดหนึ่งเดือนทำงานได้เพียง 4,000 บาท แต่สุดท้ายไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกขู่ทำร้ายเพราะทำยอดไม่ได้ จึงตัดสินใจเสี่ยงโทรกลับบ้านขอให้แม่ช่วยชีวิต ผมโชคดีที่ไม่ถูกซ้อมหรือทรมานหนักเหมือนหลายคน บางรายถึงขั้นเสียชีวิต ดีใจที่สุดที่ได้กลับบ้าน” นายปลายฟ้ากล่าวด้วยน้ำตาคลอ
นายปลายฟ้าฯ ฝากเตือนไปยังคนไทยว่า อย่าหลงเชื่อแก๊งหลอกลวงเหล่านี้ งานที่ว่าได้เงินง่าย ไม่มีอยู่จริง มีแต่พาไปติดกับดักอันตราย
