วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 จากสายงานป้องกันและปราบปราม จราจร สืบสวน และสอบสวน เข้าร่วม 130 นาย

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ใช้เวลาดำเนินการยกร่างและตรากฎหมายยาวนานกว่า 15 ปี ก่อนประกาศใช้เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 โดยยึดหลักจากอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี กฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญ 5 หมวด รวม 43 มาตรา กำหนดฐานความผิดใหม่ 3 ฐาน ได้แก่ การกระทำทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พร้อมกำหนดมาตรการสำคัญ อาทิ การบันทึกภาพและเสียงระหว่างการจับกุมและควบคุมตัว การแจ้งอัยการและฝ่ายปกครอง การมีอัยการกำกับการสอบสวน และกำหนดให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณา

แม้กฎหมายจะมีผลบังคับใช้มากว่า 2 ปี แต่ยังพบความท้าทายในการตีความและการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อนและความเสี่ยงในการทำงาน
ทั้งนี้ กฎหมายยังให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้เสียหายเป็นพิเศษ โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุดในชั้นศาล ปัจจุบันมีการเยียวยาผู้เสียหายแล้วกว่า 30 ราย แบ่งตามฐานความผิด รวมวงเงินกว่า 8 ล้านบาท โดยผู้เสียหายสามารถยื่นคำขอรับการช่วยเหลือได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1111 กด 77




ด้าน พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอบคุณกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่จัดการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานได้แลกเปลี่ยนปัญหาและอุปสรรคจากการทำงานจริง คาดว่าจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
