วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. ร.ต.อ.คงฤทธิ์ พลศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้รับแจ้งว่ามีเหตุต้นมะพร้าวล้มทับคนเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 9 หมู่ 2 ต.นามะเขือ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ สารวัตรใหญ่ และประสานรถกู้ชีพร่วมตรวจที่เกิดเหตุ

ซึ่งพบว่าหน้าบ้านหลังดังกล่าว กำลังปรับพื้นที่เพื่อเตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่ล่วงลับ โดยต้นมะพร้าวขนาดความสูงประมาณ 12 เมตร ปลายยอดล้มทับร่างผู้เสียชีวิต ทราบต่อมาว่าชื่อนางฉวีวรรณ์ ผาทา อายุ 56 ปี ที่อยู่ 131 หมู่ 13 บ้านดอนแดง ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม รวมทั้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1กฆ 2599 นครพนม สภาพศพคอหักจากการถูกทางมะพร้าวล้มทับ มีเลือดออกปากและจมูก
สอบสวนลุงวิลัย โสมสี อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เปิดเผยนาทีสุดช็อคว่า ตนได้ปรับสถานที่เตรียมจะทำบุญให้ลูกชายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ จึงว่าจ้างนายเก้าเมือง คำเบ็ง อายุ 53 ปี ที่อยู่ 8 หมู่ 11 บ้านหนองบัวคำ ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ในราคา 600 บาท และขณะที่นายเก้าเมืองเตรียมจะตัดปลายยอดมะพร้าวให้ขาดออกจากกัน ได้ตะโกนบอกลุงวิลัย ให้ไปยืนกลางถนนห้ามรถทุกชนิดผ่านโดยเด็ดขาด

ซึ่งนายวิลัยพร้อมกับลูกก็ไปยืนโบกห้ามรถ ผู้ขับขี่เห็นก็ต่างเลี่ยงไปใช้เส้นอื่นกันหมด ขณะที่ทางมะพร้าวเอนลงนั้น ปรากฏว่านายฉวีวรรณ์ทราบภายหลังว่าเป็นคนใบ้หูหนวก ขับรถจักรยานยนต์คู่ชีพมาจากบ้านดอนแดง เพื่อไปทำธุระในบ้านนามะเขือ นายวิลัยรีบส่งสัญญาณห้ามผ่าน แต่นางฉวีวรรณ์ไม่ได้ยินเพราะหูหนวก ประกอบกับไม่ทันระวัง บิดเครื่องรถเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับที่ทางมะพร้าวโค่นลงมาพอดี จึงหล่นใส่รถของนางฉวีวรรณ์ เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ นายวิลัยผู้ว่าจ้างพร้อมชดใช้ทุกอย่างแทนนายเก้าเมือง เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย ส่วนศพนางฉวีวรรณ์ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าบ้านดอนแดง และจะฌาปนกิจในค่ำคืนนี้ ตามคติความเชื่อของชาติพันธุ์กะเลิง ว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ วิญญาณจะดุร้าย และทรมานจากการตายกะทันหัน การเผาหรือฝังทันที เป็นการตัดตอนวิญญาณไม่ให้วนเวียน เพื่อป้องกันผีเฮี้ยนกลับมาหลอกหลอนคนเป็น
