วันที่ 17 มีนาคม 2569 ทีมข่าวพบหญิงวัย 32 ปีได้ยืนอยู่ที่แยกไฟแดงบ้านแสลงพันธ์ (สะ-แหลง-พัน) ตำบลแสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กำลังยืนขายขนมจีนน้ำยาอยู่แยกไฟแดงริมถนน พร้อมลูกเล็กที่กอดอยู่ช่วงหน้าอก เดินเร่ขายขนมจีนน้ำยาให้กับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรมาจอดติดไฟแดง ซึ่งได้แขวนป้ายเขียนคำว่าขนมจีนถุงละ 20 บาท 3ถุง50 บาท ซึ่งพบว่ารถที่สัญจรมาติดไฟแดงก็จะช่วยชื้อบ้าง และบางคันก็ว่าทำไมเอาลูกมาปากแดดขายของแบบนี้

โดยทีมข่าวได้สอบถาม ทราบชื่อต่อมาชื่อ นางสาว ดลนภา ทูลฉลอง หรือแม่แจง อายุ 32ปี เป็นคนภูมิลำเนาลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เช่าห้องพักรวมน้ำไฟเดือนละ 2,000 บาท ส่วนสามีนั้นทำงานเป็น รปภ.ที่เงินเดือนไม่มากนัก (12,000 บาท/เดือน) จึงได้มาช่วยสามีซึ่งเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด โดย นางสาวดลนภา ทูลฉลอง หรือแม่แจง ได้ยืนขายขนมจีนน้ำยาอยู่แยกไฟแดงกลางแดดที่ร้อนจัด ในมือถือร่มกันแดด 1 คันที่คอยกางให้ลูกน้อยและตนเดินไปกลางถนนเพื่อขายขนมจีนน้ำยาให้กับรถที่สัญจรไปมา พร้อมกับน้องนุ่นเด็กหญิงวัย 1ขวบ 8เดือน โดยลูกน้อยกอดอยู่กับอกแม่พร้อมกับป้ายเขียนคำว่าขนมจีนถุงละ 20บาท 3ถุง 50บาท ที่แขวนติดกับหลังน้องนุ่นลูกสาวตัวน้อย เพื่อช่วยสามีหาเงินเลี้ยงครอบครัวอีกแรง

สัมภาษณ์ นางสาวดลนภา ทูลฉลอง หรือแม่แจง กล่าวว่า ตนนั้นขายขนมจีนน้ำยาไก่ชุดละ 20 บาท 3ชุด 50บาท ขายมาได้ปีกว่าแล้วตั้งแต่ลูกสาวได้ 4 – 5 เดือนตนก็ออกมาขายแบบนี้ตลอด ซึ่งกำไรก็ไม่ค่อยเยอะ โดยลงทุนวันละ 1,000 บาทขายได้ประมาณ 1,200-1,300 บาทต่อวัน ก็จะได้กำไรประมาณ 200-350 บาทต่อวัน พอได้ค่ากับข้าวค่านมค่าแพมเพิสเมื่อหักต้นทุนแล้ว โดยสามีตนทำงานเป็น รปภ.เงินเดือนประมาณ 12,000 บาท ซึ่งไม่พอค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เพราะหักค่าน้ำค่าไฟค่าเช่าบ้าน ซึ่งรวมแล้วเดือนประมาณ 2,000 บาท และยังมีค่างวดรถจักรยานยนต์ของสามีที่ขี่ไปทำงาน กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของตนที่ไว้ใช้ส่วนตัวและนำออกมาเป็นพาหนะในการขายของ
ซึ่งก่อนหน้าขายของนั้น สามีตนบอกเงินเดือนออกมาก็ไม่เหลือพอใช้ในแต่ละเดือน ตนก็เลยบอกว่างั้น ตนจะออกมาช่วยขายนะ ซึ่งตนได้ขอเงินทุนจากสามีตนเพียง 500 บาท ซึ่งสามีตนมีเงินอยู่ 500 พอดี สามีตนก็ให้พร้อมกับบอกว่าถ้าขายของไม่ได้เงินจำนวน 500 บาทหมดแล้วหมดเลยนะ โดยเป็นเงินทุนก้อนแรก ตนจึงได้นำมาทำขนมจีนน้ำยาไก่ 60 ชุดและได้มาเร่ขาย ซึ่งบางวันก็ขายได้บางวันก็เหลือบ้าง โดยถ้าเหลือตนก็จะนำมาแจกให้กับเพื่อนห้องเช่าด้วยกันไว้กิน ตนอยากให้ลูกสาวตนนั้นได้เรียนอยู่ศูนย์เด็กเล็ก แต่ยังไม่ถึง 2 ขวบครึ่ง จึงต้องนำลูกสาวมาเร่ขายขนมจีนด้วย ซึ่งก็มีกระแสด้านลบบ้าง ว่าตนนำลูกเล็กออกมาบังหน้าเพื่อหากิน บ้างก็ว่าพาลูกเล็กมาลำบากตากแดดแต่ตนนั้นไม่ท้อ เพราะตนนั้นอยู่กันเพียงแค่ 3คนพ่อแม่ลูกไม่มีคนดูลูกน้อยให้ เพราะถ้าตนไม่ช่วยสามีทำมาหากินหารายได้เสริม ครอบครัวก็จะลำบาก ไหนจะค่านมลูก ค่าแพมเพิส ค่าอาหารที่ต้องกินใช้ในแต่ละวัน แต่ถ้าวันไหนที่ท้อตนจะมองลูกสาวเพื่อเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป

บางคนก็บอกว่ามาฝากเลี้ยงคิดแค่วันละ 100บาท ซึ่งตนขายขนมจีนได้กำไร 200-350 บาท ตนคิดว่าเงิน 100บาทสำหรับตนนั้นมันมีค่าอย่างมากที่ตนต้องใช้จ่าย จึงไม่ฝากเลี้ยงดีกว่า จะรออีกทีก็เมื่อถึงเกณฑ์ 2ขวบครึ่ง จึงจะนำไปเข้าโรงเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตนจึงอยากขอให้รถที่สัญจรไปมาช่วยซื้ออุดหนุนขนมจีนน้ำยาไก่ตน ที่ขายอยู่แยกไฟแดงแสลงพันธ์ ตำบลแสลงพันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมาเป็นค่านมค่ากับข้าว เพื่อให้ตนและลูกสาวได้ดำเนินชีวิตต่อไป
