สถานการณ์วิกฤตขาดแคลนน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถแห่ ที่ต้องเผื่อเวลาเดินทาง เพราะต้องตระเวนเติมน้ำมันรถ และเติมน้ำมันกรอกถังเพื่อใช้กับเครื่องปั่นไฟ เพื่อทำการแสดง ผู้ประกอบการหวั่นใจหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จะกระทบหนักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะรับงานไว้กว่า 40 งาน

นายสุวิทย์ ภาคบัว ผู้ประกอบการรถแห่ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการรถแห่ที่รับงานไว้ ต้องประสบปัญหาเดียวกัน คือ ต้องมีการสำรองน้ำมันไว้ใช้กับเครื่องปั่นไฟ และเติมน้ำมันที่ใช้เดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ ที่รับงานกับเจ้าภาพไว้ แต่ปัญหาก็คือเรื่องของน้ำมันที่จะใช้เติมรถเพื่อเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย ต้องตระเวนเติมน้ำมันตามปั๊มต่าง ๆ หลายปั๊ม เพราะบางปั๊มก็ให้ 500 บาท บางปั๊มก็ให้ 1,000 บาท ทำให้ต้องเผื่อเวลาเดินทางนานขึ้น 1-2 ชั่วโมง
ซึ่งเมื่อวานนี้ไปทำการแสดงที่ อ.กุดรัง อยู่ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 50 กิโลเมตร รถคันนี้ใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร เดินทาง 50 กิโลเมตรจะใช้น้ำมันประมาณ 170 ลิตร และในการแสดงต้องมีการใช้เครื่องปั่นไฟ ซึ่งเครื่องปั่นไฟที่ใช้อยู่มีขนาด 4 สูบ ปั่นไฟได้ 100 kba หากแสดง 3 ชั่วโมง จะกินน้ำมันอยู่ประมาณ 800 บาท ใช้น้ำมันประมาณ 25 ลิตร ถ้าออกงานขาเดียว ไม่เกิน 100 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันประมาณ 100 ลิตร

แต่ปัญหาคือตอนนี้ไม่สามารถหาน้ำมัน 100 ลิตรได้ เติมน้ำมันได้ครั้งละ 500-1,000 บาท ทำให้ต้องเผื่อเวลา 1-2 ชั่วโมง บางทีแสดงเสร็จแล้ว จะกลับบ้าน ก็ต้องลุ้นว่าปั๊มจะมีน้ำมันเติมให้หรือไม่ หรือหากไปแสดงต่างจังหวัด จะมีน้ำมันไปถึงบ้านเจ้าภาพหรือไม่ ไปแล้วจะมีน้ำมันกลับหรือไม่ การจำกัดการเติมน้ำมัน หากเติม 100 ลิตร จะวิ่งรถได้ไม่เกิน 300-400 กิโลเมตร จะมีบางปั๊มที่ใช้บริการประจำ เค้าเห็นใจก็เติมให้ 2,000 บาท จากที่เคยเติม 4,000 -5,000 บาท หวั่นใจว่าเดือนเมษายน ช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง จะเดินทางไปทำการแสดงอย่างไร
หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ เพราะรับงานไว้ 30-40 งาน อีกทั้งราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นแบบขั้นบันได ตอนนี้ปรับขึ้นสูงสุดลิตรละ 3 บาท เรารับงานกับเจ้าภาพไว้แล้ว ก็ไม่สามารถขึ้นราคาได้ ก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในการรับงานแต่ละงานราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 23,000 – 50,000 บาท แล้วแต่ระยะทาง ยังคิดไม่ออกว่าหากสถานการณ์น้ำมันยังเป็นแบบนี้ต่อไป จะทำอย่างไร

ตนเป็นคนตัวเล็ก ๆ ไม่รู้หลักการบริหารของรัฐว่าเป็นอย่างไร ประเทศไทยไม่น่าจะมาถึงจุดๆ นี้ จุดที่คนต้องมาแย่งกันเติมน้ำมัน ทั้ง ๆ ที่สงครามเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน รอดูว่าน้ำมันขึ้นราคาแล้ว จะยังมีน้ำมันออกมาเพิ่มเติมมั้ย ส่วนตัวมองว่าธุรกิจการขนส่ง ถือเป็นหัวจ่ายของธุรกิจอื่น ๆ หากน้ำมันขึ้นราคา ต้นทุนค่าขนส่งขึ้น ราคาสินค้าทุกอย่างก็ต้องขึ้นราคาตามไปด้วย
