เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 มี.ค.2569 ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยรศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวส คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ,รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ ร่วมกันเปิดตัวและเปิดระบบการใช้งานแอพพลิเคชั่น “i-MOVE” หรือ Smart Patient Transport Management System อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะผู้บริหารฯ คณาจารย์,แพทย์,พยาบาล รวมทั้ง บุคลากรทาวการแพทย์ และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยานและทดสอบระบบการให้บริการดังกล่าว

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การพัฒนา i-MOVE ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับการให้บริการทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะงานเวรเปล เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยระหว่างหน่วยงาน โดยระบบ i-MOVE ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดปัญหาความล่าช้า การสื่อสารคลาดเคลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผ่านระบบดิจิทัลที่สามารถติดตามงานแบบเรียลไทม์

“i-MOVE เป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสร้างแพลตฟอร์มกลางในการจัดการงานขนส่งผู้ป่วย สามารถติดตามสถานะงาน วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดเวลารอคอยของผู้ป่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร และเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Smart Hospital และ Digital Hospital อย่างยั่งยืนต่อไป”
ด้าน รศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวส คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวว่า กล่าวต่อว่า ระบบการใช้งานดังกล่าว ทันทีที่ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยหรือตัวผู้ป่วยที่ต้องการใช้บริการเวรเปล สามารถแจ้งและประสานงานกับพยาบาลประจำชั้น ห้องตรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในจุดต่างๆของ รพ.ฯ

จากนั้น เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องก็จะเข้าไปในระบบเพื่อแจ้งเรื่องและตรวจสอบเวรเปลที่ให้บริการ โดยศูนย์สั่งการกลางจะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ และพนักงานที่รับผิดชอบในแต่ละเคสว่าใครอยู่ใกล้ ใครพร้อมปฎิบัติการ หรือจะจัดลำดับการให้บริการอย่างใด เพื่อให้การรับส่งผู้ป่วยหรือการให้บริการผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสามารถบันทึกสถิติการให้บริการและรูปแบบของการให้บริการต่างๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามระบบ i-MOVE จะช่วยลดเวลารอของผู้ป่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับคุณภาพบริการของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นต้นแบบของการใช้พลังงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อไป
