วันที่ 11เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของแรงงานเพื่อนบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และท่าเรือเทศบาล นครพนม-เมืองท่าแขก พบแรงงานชาวลาวจำนวนมากทยอยเดินทางมารอขึ้นรถโดยสารระหว่างประเทศ รวมทั้งด่านท่าเรือข้ามฟากเพื่อข้ามฝั่งกลับไปยัง สปป.ลาว
นางนูน่า คำพาสิด อายุ 23 ปี แรงงานสัญชาติลาว ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดและเลี้ยงน้องให้กับนายจ้างชาวไทยในย่านสวนหลวง กรุงเทพมหานคร มานานกว่า 3 ปี ได้เปิดเผยความรู้สึกระหว่างรอเดินทางว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ สปป.ลาว โดยวางแผนพักผ่อนเป็นเวลา 10 วัน ก่อนจะกลับมาทำงานต่อ
คุณนูน่า กล่าววด้วยรอยยิ้มว่า การกลับบ้านในครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากนายจ้าง โดยเฉพาะเรื่องเอกสารการทำงานที่นายจ้างดำเนินการผ่านระบบ MOU ให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองมีความสะดวกและมั่นใจ นอกจากนี้นายจ้างยังใจดีช่วยออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ครึ่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้ตนได้กลับไปหาครอบครัว “การเดินทางครั้งนี้สะดวกมากค่ะ เหมือนกับทุกครั้งที่เคยกลับมา ปกติจะกลับปีเว้นปี ปีนี้ดีใจมากที่จะได้กลับไปเจอหน้าครอบครัว นายจ้างก็ดูแลดีมาก ทั้งช่วยทำเรื่องเอกสารและช่วยค่าเดินทางให้ด้วย




นางรุ้งลาวัน แสงพะจัน อายุ 40 ปี แรงงานชาว สปป.ลาว ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานจิวเวลรี่ (เครื่องเงิน) ในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี ได้เปิดเผยความรู้สึกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตนเองเข้ามาทำงานในไทยตั้งแต่อายุยังน้อย โดยได้รับความเมตตาจากนายจ้างชาวไทยที่ดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทำงานที่ไทยมาประมาณ 8-9 ปีแล้วค่ะ รอบนี้ไม่ได้กลับบ้านมา 2 ปีพอดี ครั้งนี้ตั้งใจกลับไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ฝั่งลาว โดยนายจ้างให้หยุดงานได้ถึงวันที่ 15 เมษายน และจะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งในวันที่ 16 เมษายนนี้ การมาทำงานที่ประเทศไทยในรูปแบบ MOU ทำให้ตนมีความมั่นคง นายจ้างช่วยดูแลเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารให้กึ่งหนึ่ง (คนละครึ่ง) ทำให้ลดภาระไปได้มาก เงินรายได้จากการทำงานโรงงานจิวเวลรี่ ทั้งทำแหวนและสร้อยคอ ถูกส่งกลับไปจุนเจือครอบครัวจนสามารถ “ปลูกบ้าน” และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่บ้านเกิดให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน นางรุ้งลาวันทิ้งท้ายด้วยความประทับใจว่า “ดีใจมากค่ะที่ได้ทำงานที่ไทย นายจ้างใจดีและให้โอกาสเราเสมอ หลังจากชาร์จแบตที่บ้านเสร็จ ก็พร้อมจะกลับมาลุยงานต่อแน่นอน”ทั้งนี้ แรงงานส่วนใหญ่เลือกที่จะทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองที่ได้รับ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับนายจ้างไทย ซึ่งช่วยให้คุณภาพชีวิตและการทำงานมีความมั่นคงมากขึ้น โดยหลังจากสิ้นสุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ แรงงานเหล่านี้จะทยอยเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามกำหนดเดิมต่อไป
