ชาวบ้านและร้านชำขนาดเล็กในหมู่บ้าน ตำบลตามแนวชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ชี้โครงการธงฟ้าราคาประหยัดที่รัฐบาลมีกำหนดจัดทั่วประเทศ เม.ย.- ส.ค.69 ไม่ตอบโจทย์ เพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ควรแจกเป็นเงินสดเหมือนดิจิทัล 1 หมื่น หรือเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กลุ่มเปราะบาง ถึงจะสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ทั้งอยากให้เร่งแก้วิกฤตน้ำมัน และคุมราคาสินค้าไม่ให้ปรับขึ้นจะดีกว่า

(23 เม.ย.69) ชาวบ้าน และร้านขายของชำขนาดเล็กในหมู่บ้าน ตำบล ตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้รายละเอียดและสถานที่ ที่จะมีการจัดจำหน่ายสินค้า ในโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ที่รัฐบาลมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือน เม.ย.- ส.ค.2569 เพื่อลดภาระค่าครองชีพ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และต่างสะท้อนว่าแม้จะมีโครงการธงฟ้าราคาประหยัดมาจำหน่ายในพื้นที่จริง ก็คงไม่มีกำลังที่จะซื้อ เพราะทุกวันนี้รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้มีรายได้น้อย ก็จะมีแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 – 1,000 บาทตามอายุ และเงินสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 300 บาทนั้น จึงมองว่าการจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดไม่ได้ตอบโจทย์หรือช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุด หากประชาชนไม่มีกำลังซื้อ หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลแจกเป็นเงินสดเหมือนโครงการดิจิทัลวอเล็ต 10,000 บาท ถึงจะมีเงินไปซื้อของที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟได้ ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมันให้ปรับลดลง รวมถึงควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงขึ้น แล้วค่อยจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ
น.ส.พจนีย์ กลมประโคน บอกว่า ตอนนี้เพิ่งจะออกจากงานกลับมาดูแลพ่อที่ป่วย ทำให้ไม่มีรายได้รอเพียงเงินจากพี่ชายส่งมาเป็นค่าใช้จ่ายดูแลพ่อเท่านั้น ส่วนพ่อก็มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 300 บาท ไว้เป็นค่าใช้จ่ายดำรงชีพในแต่ละวัน แม้จะใช้อย่างประหยัดแต่ปัจจุบันก็แทบไม่พอ เพราะข้าวของแพงขึ้นทุกอย่าง

ส่วนที่รัฐบาลมีโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ก็คงจะไม่ได้ไปใช้บริการแม้ของจะถูกกว่าท้องตลาดก็ตามแต่ก็ไม่มีเงินที่จะไปซื้อ เพราะบางครั้งก็ต้องไปเซ็นกับร้านชำในหมู่บ้านมาก่อน แล้วพอพี่ส่งเงินมาให้หรือพ่อได้เบี้ยคนชราก็ค่อยไปจ่ายทีหลัง หากเป็นไปได้จึงอยากให้รัฐบาลแจกเป็นเงินสดเหมือนโครงการดิจิทัลจะดีกว่า
ด้านนายอวด มีโพธิ์กลาง บอกว่า ปกติมีอาชีพทำนาไม่พอได้ขายแค่เก็บไว้กิน และมีเงินจากเบี้ยผู้สูงอายุ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 300 บาทเท่านั้น ส่วนที่รัฐจัดโครงการธงฟ้าตัวเองก็ไม่เคยรู้ และคงไม่ได้ไปใช้บริการ เพราะไม่มีเงินไปซื้อ หากรัฐบาลจะช่วยจริงๆ ก็อยากให้เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาทจะดีกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่นางเพ็ญพักตร์ อุ่นเรียน ร้านชำในอำเภอบ้านกรวด บอกว่า ทุกวันนี้ยอดขายลดลงเกือบเท่าตัว เพราะคนไม่มีกำลังซื้อ ก็จะเลือกซื้อเฉพาะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเท่านั้น สำหรับโครงการธงฟ้าราคาประหยัดที่รัฐจัดขึ้น ก็อาจจะไม่ได้ไปใช้บริการเพราะที่ร้านยังมีของล็อตเดิมที่ยังขายไม่หมดก็ต้องขายให้หมดก่อน
แต่หากจะต้องไปซื้อก็คงจะทยอยซื้อเพราะไม่มีทุนที่จะซื้อมาทีละเยอะกลัวจะขายไม่ได้ ก็อยากฝากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมันให้ปรับลดลง และควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงขึ้น เพราะจะกระทบทั้งคนขายและผู้บริโภค
