คนชราและผู้พิการในอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องให้รัฐบาลปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพเป็นเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น บางคนลูกหลานเสียชีวิตไม่มีคนดูแลอาศัยแค่เบี้ยคนแก่และคนพิการประทังชีวิต ส่วนคนที่ลูกหลานทำงานต่างจังหวัดเพื่อส่งเสียก็แบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ราได้เท่าเดิม

(24 เม.ย.69) กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพเป็นเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สูงอายุและผู้พิการบางครอบครัวลูกหลานเสียชีวิตไปแล้วไม่มีคนดูแล ต้องอาศัยเบี้ยคนชราและเบี้ยผู้พิการประทังชีวิต ขณะที่บางครอบครัวลูกหลานทำงานอยู่ต่างจังหวัด เพื่อส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ ซึ่งมีรายได้คงที่ แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ก็ได้รับผลกระทบต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
โดยปัจจุบันเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอยู่ที่ 600 –1,000 บาทต่อเดือนตามช่วงอายุ ส่วนผู้พิการได้รับ 800 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพได้อย่างมีคุณภาพ จึงอยากให้มีการปรับเพิ่มเป็นอัตราเดียวกันเดือนละ 3,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ซึ่งการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้พิการเท่านั้น แต่ยังช่วยบรรเทาภาระของครอบครัวในช่วงภาวะวิกฤตอีกด้วย

ยายทองศรี อายุ 72 ปี ชาว อ.บ้านกรวด บอกว่า ทุกวันนี้อยู่กับหลาน 2 คน เพราะลูกไปทำงาน เงินที่ใช้กินอยู่ในปัจจุบันก็มีเบี้ยคนชราเดือนละ 700 บาท และเงินที่ลูกส่งมาให้ แต่ปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับขึ้นทุกอย่างบางเดือนไม่พอใช้ ก็ต้องไปเซ็นร้านค้าในหมู่บ้านมาก่อน พอได้รับเบี้ยคนชราหรือลูกหลานส่งมาให้ค่อยเอาไปจ่าย จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาปรับเพิ่มเบี้ยคนชราเป็นเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะลูกหลานเองก็ลำบากเหมือนกัน
ด้านป้ารวม อายุ 59 ปี บอกว่า ปัจจุบันอาศัยอยู่กับสามีสองคน เพราะลูกเสียชีวิตหมดแล้ว ทุกวันนี้ก็มีเพียงเบี้ยคนชราของสามีเดือนละ 600 บาท เบี้ยคนพิการของสามีเดือนละ 800 บาท และเบี้ยคนพิการของตนเองเดือนละ 800 บาท ที่ไว้สำหรับประทังชีวิตและมีเพื่อนบ้านที่สงสารเอาข้าวและอาหารมาให้บ้าง เพราะพิการทั้งสองคน ก็ไปทำงานไม่ได้ ก็อยากให้ภาครัฐพิจารณาเพิ่มเบี้ยคนชราและเบี้ยผู้พิการเป็นคนละ 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
