วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ ได้ออกตรวจตราความเรียบร้อย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เมื่อมาถึงทางเข้าบ้านนาหัวบ่อ ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ชยางกูร) สายนครพนม-ท่าอุเทน ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ประมาณ 500 เมตร

ได้พบชายไทยไม่ทราบชื่อ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น Giorno 125 สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยขับขี่ในลักษณะย้อนศรซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน เจ้าหน้าที่จับกุมจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
จนกระทั่งมาถึงบริเวณถนนใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 รถคันดังกล่าวได้เสียหลักล้มลง เป็นเหตุให้ผู้โดยสาร ทราบชื่อภายหลัง คือ นายมหาอรรณพ อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม พลัดตกจากเบาะท้ายรถจักรยานยนต์ ศีรษะกระแทกกับกิ่งไม้ริมทาง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ในขณะเดียวกันผู้ขับขี่ทราบชื่อภายหลัง นายจิรกร หรือวิม อายุ 19 ปี ชาวบ้าน ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด ระหว่างการวิ่งหนีนายวิม เอื้อมมือจับกระเป๋าสะพายข้างสีน้ำเงิน และพยายามหยิบวัตถุบางอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายอาวุธปืนออกมา เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของชุดจับกุม จึงตัดสินใจใช้ปืนยิงกระสุนยางเพื่อระงับยับยั้งเหตุรวม 3 นัด จึงสามารถเข้าทำการควบคุมตัวนายวิมไว้ได้ในที่สุด
จากการตรวจสอบภายในกระเป้าสะพายท พบของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แบบออโตเมติก 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด นายวิมยอมรับว่าอาวุธปืนและกระสุนดังกล่าวเป็นของตนจริง หลังจากนั้นได้ตรวจค้นนายมหาอรรณพ พบระเบิดมือไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 ลูก บริเวณข้างในกระเป๋าคาดเอว

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะเบื้องต้น พบมีฉี่เป็นสีม่วงทั้งคู่ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้าไปคนละ 1 เม็ด ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์เพื่อออกมาหาเรื่อง ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณแถวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 แต่โชคร้ายเจอเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจก่อน
จากการตรวจสอบประวัตินายวิม พบเป็นตัวตึงในละแวกนั้น โดยมีการถ่ายคลิปลงในสื่อโซเชียล โชว์รูปอาวุธปืนลูกซองยาว และใช้อาวุธปืนสั้นยิงเป้าซ้อม ท้าทายกฎหมายหลายครั้ง
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจิรกร หรือวิม ว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในในครอบครองโดยใด้รับอนุญาตจาตจากากนายทะเบียน,พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร,เป็นผู้ขับขี่รถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย,เสพยาเสพคิดให้โทษประเกท 1 (เมทแอมเฟตามึน) โดยผิดกฎหมาย และ ขับรถย้อนศรและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่

ส่วนนายมหาอรรณพ ได้แจ้งข้อกล่าวหา ว่า เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย,มียุทธภัณฑ์ (วัตถุระเบิด) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
