สภาหกรรมจังหวัด ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในจังหวัด เป็นศูนย์กลางการประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและหน่วยงานภายนอก อาทิ ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะเป็นแรงผลักดันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยมีภารกิจเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อจังหวัด

ทั้งนี้ โครงสร้างการบริหารงานประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรม 5 ภาค,สภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด และ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัด
ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม (FTIนครพนม) จัดอยู่สภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ร่วมกับมุกดาหาร และ สกลนคร ปัจจุบันมีนางสาวศรีตระกูล จันทรนิภา เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ที่ได้รับการโหวตจากสมาชิกเมื่อช่วงต้นปี 2569 แต่มีสมาชิกอีกส่วนหนึ่งไม่ยอมรับผลโหวต จึงได้มีการยื่นหนังสือคัดค้านไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ สอท. และถือเป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในสภาอุตสาหกรรมนครพนม อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ล่าสุด มีหนังสือจากสภาใหญ่ถึงคณะกรรมการและสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยนายปณิธาน ปวโรฬารวิยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ลงนามในคำสั่ง มีเนื้อหาว่า “สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ /2569(3) เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 ได้รับทราบเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อความโปร่งใส เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และการบริหารจัดการข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลความโปร่งใส และความเชื่อมั่นภายในองค์กร และได้รับทราบถึงประเด็นความขัดแย้งภายในสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม

ที่ประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีความกังวลว่า กรณีความขัดแย้งภายในสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2568 กำลังมีความรุนแรงมากขึ้น และอาจสร้างความเสียหายต่อองค์กรจนเกินกว่าที่จะเยียวยาได้ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อความโปร่งใส พิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวโดยด่วน และได้มีมติขอให้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม “หยุดการดำเนินการ” ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการ และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนมทุกท่าน “ยุติการเคลื่อนไหวต่างๆ” เว้นแต่การปฏิบัติงานธุรการที่จำเป็นเท่านั้น
โดยหากมีเรื่องสำคัญเร่งด่วน ขอให้ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้ดำเนินการแทนตั้งแต่ได้ทราบมตินี้ จนกว่าคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อความโปร่งใส จะพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างครบครัน และนำผลการวินิจฉัยมาพิจารณาหาทางออกที่เหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด”
