ชาวประมงพื้นบ้านกาฬสินธุ์ยังใจหายใจคว่ำ หลังพบปลาหมอคางดำเหนือเขื่อนลำปาวสะสม 101 ตัว ฝ่ายหนึ่งมองเป็นโอกาส “ได้ปลามากินมาทำปลาร้า” อีกฝ่ายผวาว่านักล่าตัวนี้จะกวาดปลาพื้นถิ่นเกลี้ยงลำน้ำ ขณะที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า วันนี้ไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าไม่มี

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาวยังไม่นิ่ง เมื่อชาวประมงพื้นบ้านตามเขื่อนและแหล่งน้ำสาขาทั่วจังหวัดยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานพบปลาชนิดนี้อย่างหนาแน่นเหนือเขื่อนลำปาว บริเวณรอยต่อ อ.หนองกุงศรี และ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ กับ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ล่าสุดวันนี้ยังไม่มีรายงานพบเพิ่ม ยอดสะสมยังอยู่ที่ 101 ตัว แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ ชาวประมงในพื้นที่ “เสียงแตก” อย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งอยากให้แพร่ระบาดเพราะปลาธรรมชาติหายากขึ้นทุกวัน อีกฝ่ายกลัวระบบนิเวศจะเสียหายรุนแรง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยสีทนและประตูเปิด-ปิดน้ำแก่งดอนกลาง รอยต่อเขตเทศบาลตำบลโพนทองกับเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อ.เมือง พบชาวประมงจับกลุ่มหาปลาด้วยเบ็ดตกปลา สะดุ้ง และแห ท่ามกลางบรรยากาศลุ้นระทึกว่าจะได้ปลาชนิดใด หรือจะมี “ปลาหมอคางดำ” หลงฝูงติดมาหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงที่ปลาชนิดนี้เป็นกระแสร้อนแรง

นายสนอง บุญมี อายุ 62 ปี ชาวประมงบ้านหนองบัว ต.โพนทอง อ.เมือง มองว่าหากเขื่อนลำปาวมีปลาหมอคางดำจริง ก็คงแพร่ลงมาถึงลุ่มน้ำลำปาวและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะทุกแห่งเชื่อมถึงกันเหมือนแม่น้ำสายเดียว รวมถึงแก่งดอนกลางด้วย ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องดี ชาวบ้านจะได้หาปลาได้มากขึ้น เพราะชาวบ้านเราหาปลาเก่ง มีเท่าไหร่จับกินหมดแน่” นายสนองกล่าว พร้อมระบุว่าสามารถนำไปทำอาหารในครัวเรือน หรือแปรรูปเป็นปลาร้าและปลาแดดเดียวได้ เพราะทุกวันนี้ปลาตามแหล่งน้ำลดลงและหายากขึ้น ปลาหมอคางดำก็เหมือนปลานิล กินได้ ไม่ควรทำลาย

ขณะที่นายมนตรี โสภา อายุ 68 ปี ชาวประมงพื้นบ้านในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ยืนอยู่อีกฝั่งอย่างชัดเจน เขาติดตามข่าวปลาหมอคางดำมาตั้งแต่พบครั้งแรกในหลายจังหวัดภาคกลาง แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอถึงเขื่อนลำปาว เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะมันจะจับกินปลาเล็กปลาน้อยในแหล่งน้ำหมด ถือเป็นการทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง” นายมนตรีกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทางราชการเร่งมีมาตรการกำจัดก่อนที่จะกระจายตัวลงมาถึงลุ่มน้ำและแหล่งน้ำใต้เขื่อนลำปาว และว่าทุกวันนี้แม้จับปลาได้ไม่มาก แต่ก็พออยู่พอกิน หากปลาหมอคางดำที่ขยายพันธุ์รวดเร็วเข้ามา ก็อาจกินปลาพื้นถิ่นจนหมด ก่อนที่จะเหลือให้ชาวบ้านจับ

แม้ประมงพื้นบ้านใต้เขื่อนลำปาวจะยังไม่พบปลาหมอคางดำแม้แต่ตัวเดียว แต่ชาวบ้านก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าสักวันอาจได้เจอตามแหล่งน้ำ รวมถึงบ่อเลี้ยงกุ้งและบ่อเลี้ยงปลา หลายคนเชื่อว่าตัวเลข 101 ตัวอาจไม่ใช่ตัวเลขจริง เพราะอ่างเก็บน้ำลำปาวกว้างใหญ่ สายน้ำยาวไกล ปลาอาจหลุดลอดมาตามกระแสน้ำได้ และเมื่ออยู่ใต้น้ำก็ยากจะตรวจจับด้วยสายตาหรือเครื่องมือ วันนี้ไม่เจอ วันหน้าอาจเจอ คือความรู้สึกร่วมของชาวบ้าน ที่ย้ำว่าไม่ควรประมาท และต้องช่วยกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
